การพัฒนาปุ๋ยอินทรีย์สำหรับการเพาะปลูกกระชายขาว

Main Article Content

ชนาภา ไวยลาพี
พรพรรณ มณีวรรณ์
จักรกฤษณ์ คณารีย์
กฤษดา ศรีหมตรี
Chokchai Sae-wang

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสูตรปุ๋ยอินทรีย์สำหรับการปลูกกระชายขาวและประเมินผลของปุ๋ยอินทรีย์ต่อการเจริญเติบโตของกระชายขาว ผลการศึกษาพบว่า สูตรปุ๋ยอินทรีย์ที่พัฒนาประกอบด้วย ใบไม้แห้ง ปุ๋ยคอก (ขี้วัว) และแกลบดิบ ในอัตราส่วน 3:1:1 ผสมน้ำจุลินทรีย์ EM แล้วนำไปปรุงดินในแปลงทดลอง มีปริมาณฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับแปลงที่ไม่ผ่านการปรุงด้วยปุ๋ยอินทรีย์ เมื่อนำกระชายขาวไปปลูกลงในทั้ง 2 แปลง แปลงปลูกที่ผ่านการปรุงมีน้ำหนักของเหง้ากระชายขาวสูงกว่าแปลงปลูกที่ไม่ผ่านการปรุงเฉลี่ยอยู่ที่ 1,161.20±33.30 และ 675.80±61.56 กรัม ตามลำดับ และกระชายขาวที่ปลูกในแปลงที่ผ่านการปรุงมีลักษณะเหง้าสีน้ำตาล และอวบน้ำกว่า แม้ว่ากลิ่น รสชาติ และจำนวนใบจะไม่แตกต่างกัน แต่ใบมีสีเขียวเข้มกว่าอย่างชัดเจน นอกจากนี้การวิเคราะห์คุณภาพของกระชายขาวที่ปลูกในแปลงผ่านการปรุง ไม่พบการปนเปื้อนสารเคมีตกค้างหรือโลหะหนักที่เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปุ๋ยอินทรีย์สูตรที่พัฒนาขึ้นสามารถปรับปรุงคุณภาพดินช่วยเพิ่มผลผลิต และคุณภาพของกระชายขาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมวิชาการเกษตร. (2548). คูมือการเก็บตัวอย่างดินและน้ำเพื่อการวิเคราะห์. กรุงเทพฯ: ควิกปรินท์ออฟเซ็ท.

ซาฟียะห์ สะอะ. (2562). กระชายเหลือง : ราชาแห่งสมุนไพร ที่ขึ้นชื่อว่าโสมไทย. วารสารอาหาร, 49(4), 16-21.

ธีระพงษ์ สว่างปัญญางกูร. (2558). คู่มือการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ปริมาณมากแบบม่พลิกกลับกอง วิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1. . คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้.

บัญชา รัตนีทู. (2552). ปุ๋ยอินทรีย์ฟื้นฟูสภาพดิน. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 1(2): 1-16.

บัญชา รัตนีทู และศิราณี วงศ์กระจ่าง. (2556). คุณค่าของปุ๋ยหมักในการเกษตร. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 1(2): 1-16.

เบญจพร กุลนิตย์, สุจินดา ปิตตาระโส และธนภร สิริตระกูลศักดิ์. (2564). วารสารแก่นเกษตร, 49(3), 538-550.

สวรรค์ มณีโชติ และดุสิต อธินุวัฒน์. (2562). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความความสำเร็จของเกษตรอินทรีย์ในชุมชนเกษตรกรรายย่อย จังหวัดนครสวรรค์. Thai Journal of Science and Technology, 8(6), 596-608.

อัญชนา ณ ระนอง. (2559). การเกษตรที่ลดการพึ่งพิงสารเคมี: กรณีศึกษา กลุ่มเกษตรกรบางกลุ่ม ในจังหวัดจันทบุรีและปทุมธานี. วารสารการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน.23(2), 93-118.

Chaudhury, R. R. and U. M. Rafei. (2001). Traditional Medicine in Asia. India:.Regional Office for South-East Asia New Delhi.

Kanjanasirirat, P., A. Suksatu, S. Manopwisedjaroen, B. Munyoo, P. Tuchinda, K. Jearawuttanakul, S. Seemakhan, S. Charoensutthivarakul, P. Wongtrakoongate, N. Rangkasenee, S. Pitiporn, N. Waranuch, N. Chabang, P. Khemawoot, K. Sa-ngiamsuntorn, Y. Pewkliang, P. Thongsri, S. Chutipongtanate, S. Hongeng, S. Borwornpinyo and A. Thitithanyanont. (2020). High-content screening of Thai medicinal plants reveals Boesenbergia rotunda extract and its component Panduratin A as anti-SARS-CoV-2 agents. Scientific Reports, 10(19963), 1-12.

Singh, R., S. Babu, R. K. Avasthe, R. S. Meena, G. S. Yadav, A. Das, K. P. Mohapatra, S. S. Rathore, A. Kumar and C. Singh. (2021). Conservation tillage and organic nutrients management improve soil properties, productivity, and economics of a maize-vegetable pea system in the Eastern Himalayas. Land Degradation & Development, 32(16), 4637-4654.