การพัฒนารูปแบบความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันผลกระทบทางสุขภาพจาก ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ของอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้านแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อพัฒนารูปแบบความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 และเพื่อประเมินประสิทธิผลของรูปแบบความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 ของ อสม. แบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ดำเนินการศึกษา 4 ระยะ ได้แก่ 1) การวางแผน 2) การปฏิบัติการ 3) การสังเกต และ 4) การสะท้อนผล กลุ่มผู้ร่วมวิจัยในระยะปฏิบัติการประกอบด้วย อสม. ตัวแทนชุมชนและภาคีเครือข่ายภาครัฐที่เกี่ยวข้องและการทดลองรูปแบบกลุ่มตัวอย่างเป็น อสม.จำนวน 100 คน เลือกแบบเจาะจง แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 50 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยแบบสอบถามและสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติ Paired t-test และ Independent t-test ผลการวิจัยพบว่าความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 ของ อสม. โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง 3.64 (0.69) และ 3.69 (0.73) ตามลำดับ และได้พัฒนารูปแบบ SMART–PM model ซึ่งประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) การเสริมสร้างองค์ความรู้ 2) การเฝ้าระวังและกระตุ้นเตือน 3) การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และปฏิบัติ 4) การเป็นต้นแบบ และ 5) การถ่ายทอดและสื่อสารข้อมูล ระยะปฏิบัติการได้นำรูปแบบไปทดลองใช้กับ อสม. กลุ่มทดลอง จำนวน 7 สัปดาห์ โดยการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม การฝึกปฏิบัติ การเฝ้าระวังการสื่อสารความเสี่ยงและพฤติกรรมการป้องกันตนเองและชุมชน ระยะการสังเกตพบว่าหลังการทดลองกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001, t = 20.79 และ p-value < 0.001, t = 30.60 ตามลำดับ) และระยะการสะท้อนผลพบว่ารูปแบบมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ช่วยให้ อสม. นำไปใช้ในการส่งเสริมพฤติกรรมป้องกันผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 แก่ประชาชนในชุมชน ดังนั้นรูปแบบ SMART–PM model สามารถยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 ของ อสม. ได้อย่างมีประสิทธิผลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางพัฒนาศักยภาพ อสม. ในพื้นที่เสี่ยงฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ. (2566). แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง”. กรม. https://www.pcd.go.th/strategy/แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ-การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง/
กรมควบคุมโรค. (2567). รายงานสรุปสถานการณ์และผลการดำเนินงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ปี 2567. กรม. https://hia.anamai.moph.go.th/web-upload/12xb1c83353535e43f224a05e184d8fd75a/filecenter/kpi/2567/5/09_Aug/3.30/3.30_kpi67_Aug_Report.pdf
กรมอนามัย. (2565). แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566–2570). กรม. https://online.fliphtml5.com/hvpvl/ommy/#p=8
กรมอนามัย. (2567). คู่มือการดำเนินงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ปี 2567. กรม. https://hia.anamai.moph.go.th/th/publications/4638#wow-book/
กรมอนามัย. กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ. (2563). ความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5). กรม. https://hia.anamai.moph.go.th/web-upload/12xb1c83353535e43f224a05e184d8fd75a/m_magazine/35644/2966/file_download/f3c24b78fd2be040141cc23097c43863.pdf
เกศินี อิ่มแมน, ศักดิ์สิทธิ์ อิ่มแมน, จุฑามาศ ผลมาก, และพัชรี วรกิจพูนผล. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมในการป้องกันฝุ่น PM2.5 ให้แก่เด็กวัยก่อนเรียนของผู้ปกครองในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก. วารสารวิจัยทางการพยาบาล การผดุงครรภ์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 43(1), 146–156. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/nur-psu/article/view/260368
จินตนา รอดสวัสดิ์, วรวรรณ พงษ์ประเสริฐ, และประทุม สีดาจิตต์. (2567). การศึกษาความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) กรณีศึกษา: พื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 47(4), 75-90. https://thaidj.org/index.php/tjha/article/view/16070
โชคชัย เกตุสถิตย์ และปวีณา แก้วเขียว. (2565). ความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดตาก. วารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรค สคร.2 พิษณุโลก, 9(2), 55–64. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/dpcphs/article/view/256762
เบญจพร ทองมาก และจันทร์จิรา พรมอินทร์. (2568). ความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จังหวัดสุโขทัย. วารสารสุขศึกษา, 48(3), 152–167. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/muhed/article/view/282584/190085
มัตติกา ยงอยู่. (2564). ความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในเขตสุขภาพที่ 5. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 44(2), 83–96. https://thaidj.org/index.php/tjha/article/view/11241
วลัยพรรณ สัมฤทธิ์วัชฌาสัย และนิตยา ชาคำรุณ. (2566). การพัฒนารูปแบบความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน จังหวัดสมุทรปราการ. วารสารความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม, 32(1), 88–102. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/OHSWA/article/view/1718/1169
วิชัย ศรีผา. (2568). การพัฒนาความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จังหวัดบึงกาฬ. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน, 8(2), 1–11. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jhscph/article/view/279056
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์. (2566). รายงานผลการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน จังหวัดอุตรดิตถ์. สำนักงาน.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์. (2568). รายงานผลการดำเนินงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ ปี 2567. สำนักงาน. https://utoapp3.moph.go.th/app2/portfolio/docdtl?id=TVRrPQ==
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอท่าปลา. (2566). ข้อมูลอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านอำเภอท่าปลา ปี 2566. สำนักงาน.
สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 3. (2567). รายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ประจำปี พ.ศ. 2567. สำนักงาน.
อคิน รพีพัฒน์. (2531). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนา. ศักดิ์โสภาการพิมพ์.
อังศินันท์ อินทรกำแหง และกรมอนามัย กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ. (2563). การจัดทำสถานการณ์ความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ. สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. http://bsris.swu.ac.th/upload/319381.pdf
Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.
Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1977). Rural development participation: Concepts and measures for project design, implementation and evaluation. Center for International Studies, Cornell University.
Daniel, W. W. (2010). Determination of sample size for estimating proportions. In W. W. Daniel (Ed.), Biostatistics: A foundation for analysis in the health sciences. John Wiley & Sons.
Gray, K. M. (2018). From content knowledge to community change: A review of representations of environmental health literacy. International Journal of Environmental Research and Public Health, 15(3), Article 466. https://doi.org/10.3390/ijerph15030466
Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner. Deakin University Press.
Kemmis, S., & McTaggart, R. (2005). Participatory action research: Communicative action and the public sphere. In N. K. Denzin & Y. S. Lincoln (Eds.), The SAGE handbook of qualitative research (3rd ed., pp. 559–603). SAGE Publications.
Nutbeam, D. (2000). Health literacy as a public health goal: A challenge for contemporary health education and communication strategies in the 21st century. Health Promotion International, 15(3), 259–267. https://doi.org/10.1093/heapro/15.3.259
Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social Science & Medicine, 67(12), 2072–2078. https://doi.org/10.1016/j.socscimed.2008.09.050
Pansakun, N., Naksen, W., Boonchieng, W., Ong-Artborirak, P., & Prapamontol, T. (2024). Environmental health literacy regarding fine particulate matter and related factors among village health volunteers in upper Northern Thailand. Journal of Preventive Medicine and Public Health, 57(2), 138–147. https://doi.org/10.3961/jpmph.23.434
Pfleger, E., Drexler, H., & Lutz, R. (2024). Health literacy and environmental risks focusing air pollution: Results from a cross-sectional study in Germany. International Journal of Environmental Research and Public Health, 21(3), Article 366. https://doi.org/10.3390/ijerph21030366
Raufman, J., Blansky, D., Lounsbury, D. W., Mwangi, E. W., Lan, Q., Olloquequi, J., & Hosgood, H. D. (2020). Environmental health literacy and household air pollution-associated symptoms in Kenya: a cross-sectional study. Environmental health, 19(1), 89. https://doi.org/10.1186/s12940-020-00643-5
Sørensen, K., Van den Broucke, S., Fullam, J., Doyle, G., Pelikan, J., Slonska, Z., Brand, H., & HLS-EU Consortium Health Literacy Project European. (2012). Health literacy and public health: A systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health, 12, Article 80. https://doi.org/10.1186/1471-2458-12-80