การพัฒนาบรรจุภัณฑ์จากเส้นใยสับปะรดเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ผู้แต่ง

  • พลอยไพลิน น้อยบาท คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
  • จินตศักดิ์ กาญจนอโนทัย คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
  • วสันต์ นาคเสนีย์ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
  • สิรินรัตน์ จันคาร คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
  • จิรชีพ บุตรเลิศวิเศษฐีฐะ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง

คำสำคัญ:

เส้นใยสับปะรด, บรรจุภัณฑ์, กระดาษจากธรรมชาติ, บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้, อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

บทคัดย่อ

จังหวัดราชบุรีมีพื้นที่ทำการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 35.38 เพาะปลูกสับปะรดคิดเป็นร้อยละ 6.74 ของพื้นที่ทั้งหมด ในขั้นตอนการเก็บเกี่ยวผลสับปะรดต้องตัดส่วนที่เป็นใบทิ้งทำให้ใบสับปะรดเหลือทิ้งจำนวนมาก ซึ่งในปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีเผาทำลายเพื่อเตรียมปลูกรอบต่อไปทำให้เกิดปัญหามลพิษ ในงานวิจัยนี้ได้นำใบสับปะรดมาทำกระดาษและปรับปรุงคุณสมบัติกระดาษให้มีความเหมาะสมเพื่อนำไปขึ้นรูปเป็นบรรจุภัณฑ์ ซึ่งสภาวะที่เหมาะสมที่ได้จากการทดลองผลิตบรรจุภัณฑ์ คือ กระดาษที่ความยาวเส้นใย 75 มิลลิเมตร ผสมสารให้ความคงตัว 75 กรัม และสภาวะที่เหมาะสมในการขึ้นรูป คือ อุณหภูมิ 130 องศาเซลเซียส ความดัน 50 bar และเวลา 15 วินาที นอกจากนี้ยังศึกษาสมบัติทางกายภาพและทางกลของความยาวเส้นใยกับสารให้ความคงตัว ซึ่งประกอบด้วย การทดสอบความหนา การทดสอบความหนาแน่น การทดสอบการดูดซึมน้ำ การทดสอบความชื้น และการทดสอบแรงดึง โดยใช้สถิติการวิเคราะห์ข้อมูล One Sample t-test พบว่าขนาดเส้นใยมีอิทธิพลต่อค่าการทดสอบทุกรายกายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) สรุปได้ว่าความแตกต่างระหว่างขนาดเส้นใยมีอิทธิพลต่อค่าการทดสอบ โดยผลการคำนวณทางสถิตินี้เป็นไปในแนวเดียวกันกับผลการวิเคราะห์การทดสอบทางกายภาพ นอกจากนี้เมื่อทดสอบระดับความสะอาดของบรรจุภัณฑ์ ผลการทดสอบบรรจุภัณฑ์จากเส้นใยสับปะรดมีความสะอาด ไม่มีเชื้อจุลินทรีย์เจือปนสามารถนำไปใช้กับอาหารได้ ถึงแม้ว่าบรรจุภัณฑ์จากเส้นใยสับปะรดจะยังมีข้อจำกัดด้านการดูดซึมน้ำ แต่จากผลการทดสอบค่าทางกายภาพ และทางกลมีแนวโน้มที่จะสามารถพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อลดข้อจำกัดต่อไปได้ เพื่อนำไปใช้ทดแทนภาชนะพลาสติก

เอกสารอ้างอิง

Office of Agricultural Economics, “Agricultural Statistics of Ratchaburi Province,” Office of Agricultural Economics, Bangkok, Thailand, 2016.

T. Amornsakchai and N. Kengkhetkit, “Mechanical Properties of Pineapple Leaf Fiber,” Journal of Industrial Technology: Suan Sunandha Rajabhat University, vol 4, no. 2, pp. 1–10, Jan–June, 2014.

Pollution Control Department, “Plastic Waste Management in Thailand,” Ministry of Natural Resources and Environment, Bangkok, Thailand, 2018.

S. Chaithammapakorn, “Biodegradable Packaging from Agricultural Waste,” Journal of Packaging Technology, vol. 5, no. 1, pp. 12-20, Jan-June, 2015.

N. Klinpikul and Jantarat Wutthisatwongkul, “Paper Properties Testing Methods,” Department of Packaging Technology, 2015.

A. Suphaporn, “Polylactic Acid (PLA) Properties and Biodegradation,” Biopolymer Research Thailand, 2011.

W. Surawatthanawiset, “Hemicelluloses and Lignin in Natural Fibers,” Journal of Bioresource Technology, vol. 8, no. 1, pp. 45-60, 2017.

M. Liwtaisong, “Biodegradable Plastics: Classification and Properties,” Polymer Science Journal, vol. 3, no. 2, pp. 22-35, 2013.

C. Sirikasemloet, Pineapple Fiber: Processing and Applications. Chiang Rai, Thailand: Agricultural Research Institute, 2011.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

น้อยบาท พ., กาญจนอโนทัย จ., นาคเสนีย์ ว., จันคาร ส., & บุตรเลิศวิเศษฐีฐะ จ. (2026). การพัฒนาบรรจุภัณฑ์จากเส้นใยสับปะรดเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม. วารสารวิชาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม : มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 14(1), 120–129. สืบค้น จาก https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/fit-ssru/article/view/267752

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย