การออกแบบและสร้างเครื่องเก็บเศษวัสดุ จากกระบวนการผลิตพลาสติกฟิล์ม
คำสำคัญ:
เศษวัสดุ, พลาสติกฟิล์มบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อการศึกษาออกแบบและสร้างเครื่องเก็บเศษวัสดุ จากกระบวนการผลิตพลาสติกฟิล์มให้นํากลับมาใช้ใหม่ทันทีเพื่อลดปริมาณการสูญเสียให้ลดลง จากเดิมที่ถูกเก็บไว้โดยไม่ได้นํามาใช้งานจึงกลายเป็นของเสียและทําให้เพิ่มต้นทุนในการจัดเก็บ กรณีศึกษาบริษัทผู้ผลิตพลาสติกฟิล์มแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี
ดังนั้นจึงออกแบบอุปกรณ์ที่เรียกว่าเครื่องเก็บเศษพลาสติกฟิล์มโดยใช้กําลังของมอเตอร์ในการขับสายพานพร้อมพู่เล่ย์ ทําให้ลูกกลิ้งหมุนและหนีบเศษพลาสติกฟิล์มให้ดึงวนกลับมาใช้ใหม่ได้ทันที โดยใช้ตัวขับเคลื่อนคือมอเตอร์ขนาด 2HP/1600 RPM ในการขับลูกกลิ้งเพราะขนาดและความเร็วของมอเตอร์เท่ากับเครื่องจักรผลิตหลัก สามารถดึงเศษพลาสติกฟิล์มได้ 54.86 เมตรต่อนาทีและขนาดของลูกกลิ้งยาว 1.02 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.76 เมตร ระยะห่างระหว่างลูกกลิ้ง 5 เซนติเมตร ส่วนโครงสร้างของเครื่องความสูงของเครื่อง 1.52 เมตร และความกว้างของฐาน 1.27/1.27 เมตร และการดึงเศษพลาสติกฟิล์มออกมาเป็นเส้นเพื่อให้ง่ายและสะดวกสําหรับการนํากลับมาใช้ใหม่จากการทดลองใช้งานเครื่องดังกล่าว เมื่อนําเครื่องมาใช้งานสามารถดึงเศษพลาสติกฟิล์มได้ เฉลี่ยวันละประมาณ 2,000 กิโลกรัม ทําให้เศษพลาสติกฟิล์มที่จะกลายเป็นของเสียนั้นลดน้อยลงไป และยังส่งผลทําให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 89.8%
เอกสารอ้างอิง
บุญศักดิ์ ใจจงกิจ. (2521). มอเตอร์ไฟฟ้า. กรุงเทพฯ. สํานักบริหารการและวิจัยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
จํารูญ ตันติพิศาลกุล (2547). การ ออกแบบชิ้นส่วนเครื่องจักรกล 2 กรุงเทพฯ. เอสอาร์พรินติ้งแมส โปรดักส์
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

