การลดของเสียในกระบวนการผลิตตัวล็อคเบาะรถจักรยานยนต์
คำสำคัญ:
การลดของเสีย, อุปกรณ์จับยึดชิ้นงาน, การเชื่อมต้านทานแบบจุด, ตัวล็อคเบาะรถจักรยานยนต์บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการออกแบบอุปกรณ์จับยึดชิ้นงานเพื่อป้องกันการเกิดของเสียจากการเชื่อมต้านทานแบบจุดในกระบวนการผลิตตัวล็อคเบาะรถจักรยานยนต์ จากการรวบรวมข้อมูลช่วงเดือนพฤศจิกายน 2557 – เมษายน 2558 พบว่า มีปริมาณของเสียทั้งหมด 11,780 ชิ้น ซึ่งเป็นของเสียประเภทรูไม่ตรงต าแหน่งจ านวน 6,717 ชิ้น คิดเป็น 57.02 เปอร์เซ็นต์ จากปริมาณของเสียทั้งหมด จากการศึกษาปัญหาและวิเคราะห์สาเหตุ พบว่าปัญหาเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนในการปฏิบัติงานที่พนักงานไม่สามารถจับให้ชิ้นงานอยู่นิ่งและได้ระนาบทำให้หลังการเชื่อมเกิดปัญหารูไม่ตรงตำแหน่ง ผู้วิจัยจึงได้ออกแบบอุปกรณ์จับยึดชิ้นงานโดยใช้ทฤษฎีการออกแบบอุปกรณ์นำเจาะและอุปกรณ์จับยึดชิ้นงานมาใช้ในการออกแบบ หลังการทดสอบการใช้งาน พบว่าอุปกรณ์จับยึดชิ้นงานช่วยป้องกันการเกิดของเสียประเภทรูไม่ตรงตำแหน่งได้โดยไม่พบว่า มีของเสียจากปัญหารูไม่ตรงตำแหน่งเกิดขึ้นอีก ตลอดช่วงเวลาการทดสอบการใช้งาน ตั้งแต่เดือน กันยายน – ตุลาคม 2558
เอกสารอ้างอิง
วันชัย ริจิรวนิจ.(2552). การศึกษาการ ท างานหลักการ และกรณีศึกษา. กรุงเท พ ฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นุสสรา เกรียงกรกฎ และปรีชา เกรียงกรกฎ, และมงคลชันติ. (2549). การประยุกต์ใช้ เครื่องมือทางคุณภาพในโรงงานผลิตกระเป๋าและเครื่องหนัง. ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ. (2553) เครื่องมือคุณภาพ 7 ชนิด (7 QC Tools). สืบค้นเมื่อ 25 มิถุนายน 2559, จาก http://youth.ftpi.or.th
วีรพงษ์ ศิริภัทรางกูรและไพบูลย์ ช่วงทอง. (2554). วิธีการลดของเสียในกระบวนการเชื่อมจุดของกระบวนการผลิตชิ้นงาน. การปร ะชุมวิชาการข่ายงานวิศวกรรมอุตสาหการ ประจำปี 2554. 20-21 ตุลาคม 2554.
วัชระ มีทอง. (2545).การออกแบบจิ๊กและฟิกเจอร์. พิมพ์ครั้งที่ 12.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

