สมบัติของมอร์ต้าร์ชนิดอัดแน่นได้ด้วยตัวเองผสมเศษอิฐมวลเบาบดร่วมกับเถ้าลอย

ผู้แต่ง

  • กฤษดา เสือเอี่ยม สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
  • ประกาศิต โสไกร สาขาวิชาเทคโนโลยีอาคาร คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
  • ณัฏฐ์ มากุล สาขาวิชาเทคโนโลยีอาคาร คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

คำสำคัญ:

มอร์ต้าร์ชนิดไหลอัดแน่นได้ด้วยตัวเอง, เถ้าลอย, อิฐมวลเบา, กำลังอัด, กำลังดึง

บทคัดย่อ

การนำวัสดุเหลือทิ้งกลับมาใช้เป็นวัสดุก่อสร้างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศอีกด้วย มอร์ต้าร์ชนิดอัดแน่นได้ด้วยตัวเองนี้ถูกทำขึ้นโดยการใช้วัสดุเหลือทิ้งจากโรงงานผลิตไฟฟ้าและอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ได้แก่ เถ้าลอยและเศษอิฐมวลเบา เพื่อนำมาใช้เป็นวัสดุประสานแทนที่ปูนซีเมนต์บางส่วน เศษอิฐมวลเบานำมาทำการบดละเอียดโดยเครื่องลอสแองเจลีส และแทนที่ปูนซีเมนต์ในอัตราส่วนร้อยละ 10 และ 20 โดยน้ำหนัก และ/หรือผสมร่วมเถ้าลอยแทนที่ปูนซีเมนต์ในอัตราส่วนร้อยละ 40 และ 60 โดยน้ำหนัก ส่วนผสมคอนกรีตใช้ปริมาณวัสดุประสานรวมเท่ากับ 591 กก/ลบ.ม. อัตราส่วนน้ำต่อวัสดุประสาน (w/b) เท่ากับ 0.40 ค่าการไหลแผ่ของมอร์ต้าร์ให้เส้นผ่านศูนย์กลางในช่วง 25±2.5 ซม. โดยการปรับปริมาณสารเคมีผสมเพิ่มและทำการทดสอบความสามารถในการทำงานได้ สมบัติของมอร์ต้าร์ในสภาวะสด และแข็งตัว จากผลการศึกษาพบว่า มอร์ต้าร์ชนิดอัดแน่นได้ด้วยตัวเองผสมเศษอิฐมวลเบาร้อยละ 10 (FA0LB10) หรือผสมเถ้าลอยร้อยละ 40 (FA40LB0) มีกำลังอัด กำลังดึง และมีความเร็วในการส่งผ่านคลื่นอัลตร้าโซนิคที่สูงกว่าคอนกรีตควบคุม (FA0LB0) สอดคล้องกับผลการทดสอบอัตราการดูดซึมน้ำที่ต่ำ ทั้งนี้เมื่อผสมร่วมเศษอิฐมวลเบา และเถ้าลอยแทนที่ปูนซีเมนต์ในปริมาณสูงถึงร้อยละ 60 (FA40LB20) การพัฒนากำลังอัดได้สูงมากกว่าร้อยละ 80 เมื่อเปรียบเทียบกับคอนกรีตควบคุมที่อายุ 91 วัน

เอกสารอ้างอิง

Erhan Güneyisi and Mehmet Gesoğlu, (2008). Properties of self-compacting mortars with binary and ternary cementitious blends of fly ash and metakaolin. Materials and Structures, 41, 1519–1531.

Natt Makul, Gritsada Sua-iam and Prakasit Sokrai, (2015). Properties of Self-compacting mortar made with binary and ternary cementitious blends of untreated rice husk ash and silica fume. Engineering Journal of Research and Development. 26(4), 15-23.

Nitradee Dolah, (2009). Light materials used in construction industry. Princess of Naradhiwas University Jorrnal. 1(3), 48-62.

Olivér FENYVESI and Bence JANKUS, (2015). Opportunities in recycling AAC waste as aggregate for lightweight concrete. Journal of Silicate Based and Composite Materials. 67(2), 66-70.

Rattapon Somna, Chutipong Euathitaporn and Suksun Horpibulsuk, (2014). Compressive strength of concrete using recycled lightweight brick as fine. Technical Education Journal King Mongkut’s University of Technology North Bangkok. 5(1), 18-24.

Thanchanok Charoensap, Pipat Sornwongt, Watcharin Witayakul, (2018). Use of lightweight concrete debris for brick in wall works. Engineering Journal Kasetsart. 31(104), 111-120.

Vivian W.Y. Tam and C.M. Tam. (2006). A review on the viable technology for construction waste recycling. Resources, Conservation and Recycling, 47, 209- 221.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-07-08

รูปแบบการอ้างอิง

เสือเอี่ยม ก. ., โสไกร ป. ., & มากุล ณ. (2025). สมบัติของมอร์ต้าร์ชนิดอัดแน่นได้ด้วยตัวเองผสมเศษอิฐมวลเบาบดร่วมกับเถ้าลอย. วารสารวิชาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม : มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 7(1), 83–92. สืบค้น จาก https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/fit-ssru/article/view/250528

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย