วารสารวิชาการพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นวารสารที่เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการประเมินบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานั้นหรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 คน ซึ่งทั้งผู้นิพนธ์ (Author) และผู้ประเมิน (Reviewer) จะไม่ทราบข้อมูลรายชื่อของกันและกัน (Double-blind review) บทความที่ตอบรับการตีพิมพ์จะต้องเป็นงานวิจัยที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานทางด้านจริยธรรม ผู้อ่านทุกคนสามารถเข้าถึงเนื้อหาทั้งหมดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทุกบทความจะได้รับการประเมินในด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ปราศจากการคัดลอกผลงาน (Plagiarism) สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของวารสาร ความชัดเจนของการนำเสนอและการจัดระเบียบบทความ ความถูกต้องทางวิชาการ และความแปลกใหม่ของงาน
คำแนะนำในการเตรียมต้นฉบับบทความ
ตัวอย่างรูปแบบการอ้างอิงในวารสาร
Download the template.
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Online Submissions
สามารถส่งบทความได้ที่ลิงก์ https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/kmutnb-journal/index
ขั้นตอนการสมัครสมาชิกและส่งบทความในระบบ Thaijo
คู่มือการใช้งานระบบ Thaijo
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การจัดเก็บค่าดำเนินการจัดพิมพ์เผยแพร่บทความในวารสารวิชาการพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จัดเก็บเมื่อบทความได้รับการอนุมัติตีพิมพ์แล้วเท่านั้น รายละเอียดดังนี้
1. ผู้นิพนธ์ประสานงาน ที่เป็นบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยจำนวนเงินไม่เกิน 4,000 บาท ต่อหนึ่งบทความ
2. ผู้นิพนธ์ประสานงาน ที่เป็นนักศึกษาบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยจำนวนเงินไม่เกิน 3,000 บาท ต่อหนึ่งบทความ
ประกาศมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เรื่อง การเก็บเงินค่าดำเนินการจัดพิมพ์เผยแพร่บทความวิจัย
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำแนะนำในการเตรียมต้นฉบับบทความ (Download the template)
1. การเรียงลำดับเนื้อหาบทความ
1.1 ชื่อเรื่อง (Title) ภาษาไทยและภาษาอังกฤษควรสั้นกะทัดรัด และสื่อความหมายของเรื่องที่ทำอย่างชัดเจน
1.2 ชื่อ นามสกุลของผู้เขียน ใส่ทุกคน เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ระบุสถานที่ทำงาน และที่อยู่สำหรับผู้นิพนธ์ประสานงาน (Corresponding Author) ให้ระบุหมายเลขโทรศัพท์และไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)
1.3 บทค้ดย่อ (Abstract) ภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็นเนื้อความสรุปสาระสำคัญของเรื่อง วัตถุประสงค์ วิธีการศึกษา ผลการทดลองที่สำคัญ และผลสรุป มีความยาวไม่เกิน 250 คำ มี 1 ย่อหน้า และไม่มีการใส่เอกสารอ้างอิงในบทคัดย่อ
1.4 คำสำคัญ (Keyword) ภาษาไทยและภาษาอังกฤษอย่างละ 3-5 คำไว้ท้ายบทคัดย่อแต่ละภาษา ควรเป็นคำที่ไม่ซ้ำกับชื่อเรื่อง
1.5 เนื้อหา (Text) บทความวิจัยควรประกอบด้วย
- บทนำ (Introduction) บอกความสำคัญหรือที่มาของปัญหาที่นำไปสู่การศึกษา พร้อมกับหลักการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (Literature Study) และในย่อหน้าสุดท้ายต้องมีการอธิบายจุดประสงค์ของบทความ
- วิธีการทดลอง (Materials and Methods) กล่าวถึงรายละเอียด การวิเคราะห์และทดลองที่ชัดเจนและมีรายละเอียด มากเพียงพอที่จะให้ผู้อ่านสามารถข้าใจการทดลอง ควรมีการบรรยาย วิเคราะห์สถิติหากมีผลการทดลองที่เกี่ยวข้อง และมีการระบุจำนวนครั้ง การทดลองและจำนวนตัวอย่างที่ใช้
- ผลการทดลองและอภิปรายผลการทดลอง (Result and Discussion) บอกผลที่พบอย่างชัดเจนสมบูรณ์ และมีรายละเอียดครบถ้วนเป็นการประเมินการตีความ การวิเคราะห์ในแง่มุมต่างๆ ของผลที่ได้ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ มีความสอดคล้องหรือขัดแย้งกับผลงานของผู้อื่นอย่างไร ต้องมีการอ้างหลักการหรือทฤษฎีมาสนับสนุนหรือหักล้างอย่างเป็นเหตุเป็นผลและมีการเปรียบเทียบอ้างอิงกับงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
- สรุปผลการทดลอง (Conclusions) ควรเขียนเป็นย่อหน้าประมาณ 1-2 ย่อหน้า โดยเป็นเนื้อหาที่ไม่ซ้ำกับบทคัดย่อและอาจมีข้อเสนอแนะที่จะนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์
1.6 กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) ระบุว่าได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยและความช่วยเหลือจากที่ใดบ้าง
1.7 เอกสารอ้างอิง (References) การอ้างอิงในบทความ ใช้การอ้างอิงแบบตัวเลข เอกสารอ้างอิงท้ายบทความทุกฉบับจะต้องมีการอ้างอิงในบทความ มีการอ้างอิงที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ตามรูปแบบของ IEEE รายละเอียดของเอกสารอ้างอิง ประกอบด้วย ชื่อผู้เขียน ชื่อหนังสือหรือชื่อของบทความ ชื่อของเอกสารที่พิมพ์ สำนัก หรือสถานที่พิมพ์ ปีที่ (ฉบับที่) พิมพ์ และเลขหน้าที่อ้างอิงทั้งนี้ การเขียนให้เป็นไปตามรูปแบบของชนิดเอกสารที่อ้างอิง
1.8 ภาคผนวก (ถ้ามี)
1.9 ตารางและรูป ต้องมีความคมชัดและให้แทรกไว้ในบทความ มีคำอธิบายสั้นๆ แต่สื่อความหมายได้สาระครบถ้วนและเข้าใจ กรณีที่เป็นตาราง ใช้คำว่า "ตารางที่..." และมีคำอธิบายใส่ไว้เหนือตาราง กรณีที่เป็นรูปให้ระบุลำดับที่ของรูปใช้คำว่า "รูปที่..." และมีคำอธิบายใส่ไว้ใต้รูป คำบรรยายตารางและรูปควรมีคำอธิบายที่เพียงพอให้เข้าใจความหมาย และต้องมีการแทรกคำว่า "ตารางที่..." หรือ "รูปที่..." ไว้ในเนื้อหาบทความด้วย
2. คำแนะนำในการเขียนและพิมพ์
2.1 คำแนะนำทั่วไป บทความต้องมีความยาวไม่เกิน 10-12 หน้ากระดาษ A4 พิมพ์ด้วย Microsoft Word for Windows การตั้งค่าหน้ากระดาษ ขอบด้านบน 3.5 ซม. และด้านล่าง 3. ซม. ด้านซ้าย 3 ซม. และด้านขวา 2.5 ซม. พิมพ์ 2 คอลัมน์ กว้าง 7.5 ซม. ระยะห่าง 0.5 ซม. การลำดับหัวข้อของเนื้อเรื่องให้ใช้เลขกำกับ บทนำเป็นหัวข้อหมายเลข 1 และหากมีหัวข้อย่อยให้ใช้เลขระบบทศนิยมกำกับหัวข้อย่อย เช่น
2.1 เป็นต้น และสามารถดาวน์โหลดรายละเอียดได้ที่ http://www.journal.kmutnb.ac.th
2.2 แบบและขนาดตัวอักษรใช้ตัวอักษรแบบ "TH Sarabun New" ชื่อบทความใช้ตัวอักษรขนาด 18 ตัวหนา ชื่อผู้เขียน บทคัดย่อและเนื้อความต่างๆ ใช้ตัวอักษรขนาด 14 ตัวปกติ ชื่อหัวข้อและหัวข้อย่อยใช้ตัวอักษรขนาด 14 ตัวหนา
3. เกณฑ์การพิจารณาบทความ
มีดังนี้ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คุณค่าทางวิชาการ ความสมบูรณ์ของเนื้อหาและโครงสร้าง ภาษาที่ใช้ ความชัดเจนของสมมติฐาน/วัตถุประสงค์ ความชัดเจนของการนำเสนอและการจัดระเบียบบทความ ความถูกต้องทางวิชาการ การอภิปรายผล และการอ้างอิงที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
ทุกบทความจะถูกคัดกรองการคัดลอกผลงานด้วยโปรแกรม
และจะต้องได้รับการประเมินตามกระบวนการ Double-blind
peer review โดยผู้ทรงคุณใณสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องจำนวน 3 ท่าน
ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกต่างสถาบัน และไม่ได้สังกัดเดียวกันกับ
ผู้นิพนธ์ ทั้งนี้กองบรรณาธิการมีสิทธิ์ให้ผู้เขียปรับปรุงเนื้อหาให้
เหมาะสมยิ่งขึ้นและทรงไว้ซึ่งสิทธิ์ในการตัดสินลงพิมพ์หรือไม่ก็ได้
4. การอ้างอิงบทความในวารสาร
ชื่อ นามสกุล และ ชื่อ นามสกุล "ชื่อบทความ," วารสารวิชาการพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, ปีที่ XX, ฉบับที่ X, หน้าที่ X-XX, เลขที่บทความ XX (ค.ศ. 2023) X (ฉบับที่)-XX (ลำดับบทความในฉบับที่ตีพิมพ์) XXXX (เลขที่บทความจากระบบ OJS), เดือนฉบับที่ตีพิมพ์ ปี พ.ศ.
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Examples References
Example journal
[1] Grady, J. S., Her, M., Moreno, G., Perez, C., & Yelinek, J. (2019). Emotions in storybooks: A comparison of storybooks that represent ethnic and racial groups in the United States. Psychology of Popular Media Culture, 8(3), 207–217. https://doi.org/10.1037/ppm0000185
Example author book
[2] Jackson, L. M. (2019). The psychology of prejudice: From attitudes to social action (2nd ed.). American Psychological Association. https://doi.org/10.1037/0000168-000
Example edited book
[3] Torino, G. C., Rivera, D. P., Capodilupo, C. M., Nadal, K. L., & Sue, D. W. (Eds.). (2019). Microaggression theory: Influence and implications. John Wiley & Sons. https://doi.org/10.1002/9781119466642
Example chapter in edited book
[4] Aron, L., Botella, M., & Lubart, T. (2019). Culinary arts: Talent and their development. In R. F.Subotnik, P. Olszewski-Kubilius, & F. C. Worrell (Eds.), The psychology of high performance: Developing human potential into domain-specific talent (pp. 345–359). American Psychological Association.
Example Report by a Government Agency References
[5] National Cancer Institute. (2019). Taking time: Support for people with cancer (NIH Publication No. 18-2059). U.S. Department of Health and Human Services, National Institutes of Health. https://www.cancer.gov/publications/patient-education/takingtime.pdf
Example ISO Standard References
[6] International Organization for Standardization. (2018). Occupational health and safety management systems—Requirements with guidance for use (ISO Standard No. 45001:2018). https://www.iso.org/standard/63787.html
Example Ethics Code References
[7] American Counseling Association. (2014). 2014 ACA code of ethics. https://www.counseling.org/docs/default-source/default-document-library/ethics/2014-aca-code-of-ethics.pdf
Example Conference proceeding
[8] Kushilevitz, E., & Malkin, T. (Eds.). (2016). Lecture notes in computer science: Vol. 9562. Theory of cryptography. Springer. https://doi.org/10.1007/978-3-662-49096-9
Example Conference proceeding
[9] Bedenel, A.-L., Jourdan, L., & Biernacki, C. (2019). Probability estimation by an adapted genetic algorithm in web insurance. In R. Battiti, M. Brunato, I. Kotsireas, & P. Pardalos (Eds.), Lecture notes in computer science: Vol. 11353. Learning and intelligent optimization (pp. 225–240). Springer.
Example Thesis
[10] Zambrano-Vazquez, L. (2016). The interaction of state and trait worry on response monitoring in those with worry and obsessive-compulsive symptoms [Doctoral dissertation, University of Arizona]. UA Campus Repository. https://repository.arizona.edu/handle/10150/620615
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------