ศึกษาทางเลือกการผลิตพลังงานทดแทนจากผักตบชวา กรณีศึกษา บริเวณลุ่มแม่น้ำท่าจีน นนทนันท์ เกื้อชาติ1,* และอรทัย ชวาลภาฤทธิ์2
Main Article Content
บทคัดย่อ
วัชพืชน้ำชนิดหนึ่งได้แพร่กระจายในแหล่งน้ำจืด ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงต่อระบบชลประทาน การเกษตร การคมนาคมทางน้ำ และสาธารณสุขโดยเฉพาะในลุ่มน้ำท่าจีน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาแนวทาง เพิ่มมูลค่าสำหรับวัชพืชชนิดนี้ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารวบรวมข้อมูลของผักตบชวา ลักษณะ คุณสมบัติ องค์ประกอบ การนำไปใช้ประโยชน์ และวิเคราะห์เทคโนโลยีการผลิตพลังงานทางเลือกจากชีวมวล และศึกษาความคุ้มค่า ในการลงทุนนำไปผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพที่ได้จากผักตบชวา พร้อมสรุปทางเลือกการผลิตพลังงานทดแทนจากผักตบชวา ที่มีความเหมาะสม 3 ด้าน ได้แก่ ด้านพลังงาน ด้านเศรษฐศาสตร์ และด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการแพร่ของผักตบชวาก่อให้เกิดความเสียหายในด้านต่างๆ ทั้งด้านการชลประทาน เกษตรกรรม คมนาคมทางน้ำ และสาธารณสุข โดยเฉพาะบริเวณลุ่มน้ำท่าจีน แต่ในทางกลับกันสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น นำมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ รวมถึงการนำก๊าซชีวภาพไปผลิตไฟฟ้า จากการศึกษาวิเคราะห์ทางเลือก การผลิตพลังงานทดแทนจากผักตบชวา กรณีศึกษา โรงไฟฟ้าที่ผลิตก๊าซชีวภาพ จากผักตบชวาแห่งหนึ่งในพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน มีการใช้วัตถุดิบผักตบชวา 17.93 ตันสด/วัน ถังปฏิกรณ์ ขนาด 1,000 ลบ.ม. กำลังผลิตก๊าซชีวภาพ 404.88 ลบ.ม./วัน และศักยภาพในการผลิตไฟฟ้า 506.10 กิโลวัตต์/วัน สรุปผลการวิเคราะห์ได้ดังนี้ เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการนำมาผลิตก๊าซชีวภาพจากผักตบชวา คือ ถังปฏิกรณ์แบบกวนสมบูรณ์ โดยมี มูลค่าปัจจุบันสุทธิ มีกระแสเงินสด เข้ามากกว่ากระแสเงินสดออก มีอัตราผลตอบแทนที่ 8% มีสัดส่วนผลตอบแทนที่ 2.59 และมีระยะเวลาคืนทุนที่ 1.27 นอกจากนี้ เทคโนโลยีการผลิต พลังงานทางเลือกจากผักตบชวาโดยการหมักแบบไร้อากาศ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 5,791.44 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี เมื่อเทียบกับการใช้ เชื่อเพลิงฟอสซิล
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนวัตกรรมวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ห้ามผู้ใดนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นอกจากนี้ เนื้อหาที่ปรากฎในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์
เอกสารอ้างอิง
Booddachan K. and Wannapakhea S. (2013). Household Biogas from Water Hyacinth. The Fifth International Conference on Science. pages 4-6.
Sudhakar K, Ananthakrishnan R, and Goyal A. (2013). Biogas Production from a mixture of Water Hyacinth, Water Chestnut and Cow Dung, International Journal of Science, Engineering and Technology Research (IJSETR). Volume 2. Issue 1. pages. 35-37.
Sukarni et al. (2019). Physical and Chemical Properties of Water Hyacinth (Eichhornia crassipes) as a Sustainable Biofuel Feedstock. IOP Conf. Ser.: Mater. Sci. Eng. 515.
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การสวนพฤกษศาสตร์. (2566). ฐานข้อมูลพรรณไม้“ผักตบชวา”. กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน. (2563). แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2561 – 2580 (AEDP2018). กระทรวงพลังงาน: กรุงเทพฯ.
จิราภรณ์ แก้วเดียว, จุทารัตน์ พวนทัด และศิรินุข จินดารักษ์. (2562) การผลิตเชื้อเพลิงอัดเม็ดจากผักตบขวาร่วมกับขุยมะพร้าว. วิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยแม่โจ้. เชียงใหม่.
พัทธกมล สมบุตร, (2561). รายงานการวิจัยเรื่องกำจัดฟอสฟอรัสในน้ำด้วยถ่านกัมมันต์จากผักตบชวา. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. มหาสารคาม.
วิริยะ อนันต์ประดิษฐ์. (2560). การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผักตบชวาเพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าโดยวัฏจักรแรงคินสารอินทรีย์. มหาวิทยาลัยแม่โจ้. เชียงใหม่.
วิริยะ อนันต์ประดิษฐ์. (2560). การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผักตบชวาเพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าโดยวัฏจักรแรงคินสารอินทรีย์. วิทยานิพนธ์วิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมพลังงานทดแทน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้.
โองการ วณิชาชีวะ. (2558). ลักษณะพันธุกรรมของวัชพืชรุกรานต่างถิ่นผักตบชวาในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร.
ธนันชัย ยั่งยืน และคณะ. (2552). การศึกษาศักยภาพการผลิตไบโอก๊าซของพืชเพื่อเป็นพลังงานทางเลือกสำหรับชุมชน. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร.