การประเมินปริมาณคาร์บอนของป่าชุมชนด้วยเทคนิคอากาศยานไร้คนขับ กรณีศึกษาป่าชุมชนบ้านบุตาต้อง จังหวัดนครราชสีมา
Main Article Content
บทคัดย่อ
คัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยมีแนวคิดที่ประยุกต์ใช้อากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle : UAV) เพื่อศึกษาปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าไม้ โดยในการศึกษาขั้นต้นผู้วิจัยเลือกป่าชุมชนบ้านบุตาต้องเป็นพื้นที่ศึกษาเนื่องจาก
มีลักษณะโครงสร้างของสังคมพืชพรรณในป่าไม่ซับซ้อนมากนัก ผู้วิจัยคำนวณความสูงของต้นไม้แต่ละต้นจากข้อมูลความสูงของพื้นผิวที่ได้จากอากาศไร้คนขับและเปรียบเทียบกับข้อมูลความสูงของต้นไม้จากการสำรวจภาคสนามในแปลงตัวอย่างจำนวน 10 แปลง หลังจากนั้นจึงประมาณค่ามวลชีวภาพด้วยสมการแอลโลเมตรีของป่าเต็งรังและประเมินปริมาณคาร์บอนกักเก็บในแปลงตัวอย่างและทั้งพื้นที่ศึกษา ผลการวิจัยพบว่าความสูงของต้นไม้ที่ได้จากอากาศยานไร้คนขับและความสูงของต้นไม้ที่ได้จากการสำรวจในแปลงตัวอย่างมีความสอดคล้องกันค่อนข้างมาก ( r2 =0.715-0.898) ความแตกต่างของความสูงเฉลี่ยรายแปลงอยู่ระหว่าง -0.025 ถึง 0.07 เมตร ดังนั้นจึงสามารถใช้ข้อมูลความสูงต้นไม้จากอากาศยานไร้คนขับในการประเมินปริมาณคาร์บอนกักเก็บได้ ผลการศึกษายังพบว่าปริมาณการกักเก็บคาร์บอนของป่าชุมชน 9.13 ตันคาร์บอน/ไร่ และการคำนวณปริมาณคาร์บอนกักเก็บรายแปลงจากการใช้ข้อมูลอากาศไร้คนขับมีความแตกต่างจากการใช้ข้อมูลจากการสำรวจภาคสนามสูงสุดอยู่ในช่วงระหว่าง 13% - 59% การศึกษานี้สามารถใช้ในการสร้างกรอบขั้นตอนการประเมินคาร์บอนจากเทคนิคอากาศยานไร้คนขับเพื่อเป็นต้นแบบและเป็นแนวทางประยุกต์สำหรับพื้นที่ป่าไม้อื่นๆ ที่มีโครงสร้างของพืชพรรณซับซ้อนกว่าป่าชุมชนได้
Article Details
เนื้อหาและข่อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ เทคโนโลยี พลังงาน และสิ่งแวดล้อม บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือว่าร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ เทคโนโลยี พลังงาน และสิ่งแวดล้อม บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ เทคโนโลยี พลังงาน และสิ่งแวดล้อม บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม หากบุคคล หรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อ หรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาต เป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิชาการ เทคโนโลยี พลังงาน และสิ่งแวดล้อม บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
[2] ชิงชัย วิริยะบัญชา (2546). คู่มือการประเมินมวลชีวภาพของหมู่ไม้, กรุงเทพฯ: ฝ่ายวนวัฒนวิจัยและพฤกษศาสตร์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
[3] กรมป่าไม้. บุตาต้อง. (2560). ทะเบียนป่าชุมชน, [ระบบออนไลน์], แหล่งที่มาhttp://forestinfo.forest.go.th/fCom_detail.aspx?id=8998, เข้าดูเมื่อวันที่ 02/09/2017.
[4] ASPRS. AMERICAN SOCIETY FOR PHOTOGRAMMETRY AND REMOTE SENSING. ASPRS accuracy standards for large-scale maps. Photogrammetric Engineering & Remote Sensing, 1078-1080, 1990.
[5] องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) (2558). สาขาป่าไม้และการเกษตร, กรุงเทพฯ: การพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย
[6] Ogawa, H., Yoda, K., Ogino, K. & Kira, T. (1965). Comparative Ecological Studies on Three Main Type of Forest Vegetation in Thailand II. Plant Biomass, Nature and Life in Southeast Asia Vol 4, pp.49-80.