การรับรู้ และความคาดหวังของบุคลากรสาธารณสุขต่อความพร้อมการถ่ายโอนภารกิจ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด เขตสุขภาพที่ 8
Main Article Content
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้ และความคาดหวังของบุคลากรสาธารณสุขต่อความพร้อมการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด เขตสุขภาพที่ 8
วิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือบุคลากรสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 8 จำนวน 363 คนเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา
ผลการวิจัย: การรับรู้ของบุคลากรสาธารณสุขต่อการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 82.9 รายด้านของการรับรู้ พบว่าทุกด้านอยู่ในระดับ ปานกลาง คือด้านความเป็นรูปธรรมความน่าเชื่อถือ ด้านความไว้วางใจ ด้านการตอบสนองและด้านความมั่นใจ ความคาดหวังภาพรวมอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 79.6 รายด้านของความคาดหวัง พบว่าทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง ด้านงานวิชาการ ด้านงานบริการ ด้านสัมพันธภาพและด้านการมีส่วนร่วม ความพร้อมขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ในการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 65.3 รายด้านของความพร้อม พบว่าทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง คือ ด้านโครงสร้าง ด้านบุคลากร ด้านการเงินและการจัดสรรทรัพยากร และด้านแผนงาน
ด้านปัญหาและอุปสรรค พบว่า 1) ด้านนโยบายการถ่ายโอน ยังไม่ชัดเจน 2) ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องยังไม่ครอบคลุมภารกิจการถ่ายโอน รพ.สต. เมื่อมีการถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด 3) องค์การบริหารส่วนจังหวัดยังไม่มีความพร้อมในการรับการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ข้อเสนอแนะ 1) ควรมีการแก้ไขกฎ ระเบียบและข้อปฏิบัติขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้สอดคล้องกับภารกิจของ รพ.สต. ในเรื่องงบประมาณ การจัดสรรทรัพยากร และการบริหารบุคลากร 2) หน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ควรมีบทบาทในการเป็นพี่เลี้ยง การติดตาม การให้คำปรึกษาและการประเมินผลการปฏิบัติงาน ให้กับ รพ.สต. หลังจากมีการถ่ายโอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2561). สถิติสาธารณสุข 2560. นนทบุรี: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2562). สถิติสาธารณสุข 2561. นนทบุรี: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.
โกวิน วิวัฒนพงศ์พันธ์. (2545). นโยบายและแนวทางการกระจายอำนาจด้านสุขภาพสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับจังหวัด ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ. สถาบันพระปกเกล้า นนทบุรี.
เมธาวี ไชยศิลป์. (2560). การศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการสร้างแรงจูงใจในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ในระบบการจัดการความรู้ขององค์การ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
พุฒินาท พันแพง. (2560). ศักยภาพในการรับการถ่ายโอนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานขององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อเบี้ย อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, นนทบุรี.
นภัสภรณ์ เชิงสะอาด และคณะ. (2563). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในจังหวัดร้อยเอ็ด. วิทยานิพนธ์หลักสูตรการเมืองการปกครอง มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ภัทรภร วัฒนากิตติกูล. (2562). ทัศนคติ ความคาดหวังและการรับรู้ต่อคุณภาพบริการคลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สมยศ แสงมะโน. (2561). ปัญหาการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล จากกระทรวงสาธารณสุขไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์สาขาวิชานโยบายสาธารณะ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
สุพล แก้วปัญญา. (2562). ข้อเสนอเชิงนโยบายในกระบวนการจัดสรรงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: กรณีศึกษากระบวนการจัดสรรงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลำภู. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. (2564). 15 ปีแห่งการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีทําเนียบรัฐบาล เขตดุสิต. กรุงเทพฯ.
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.). (2564). รายงานประจําปี 2563 สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.).นนทบุรีสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.
อานนท์ กุลธรรมานุสรณ์, นิธิวัชร์ แสงเรือง, เยาวลักษณ์ แหวนวงษ์, หทัยรัตน์ โกษียาภรณ์, วรณัน วิทยาพิภพสกุล, จรวยพร ศรีศศลักษณ์, วีรศักดิ์ พุทธาศรี, และวลัยพร พัชรนฤมล. (2561). การประเมินการถ่ายโอนหน่วยบริการปฐมภูมิไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: สังเคราะห์บทเรียนจากพื้นที่ 51 แห่งและทางเลือกในเชิงนโยบาย. นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
อุไรวรรณ จันทร์หอม. (2561). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและบุคลิกภาพของผู้นำที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์การของบุคลากร: กรณีศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ฉัตรสุมณ พฤฒิภิญโญ. (2560). การปกครองส่วนท้องถิ่นกับงานอนามัยสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม.กรุงเทพมหานคร: คณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
นันทินารี คงยืน. (2560). ระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิกับมาตรฐานการพัฒนา. วารสารกฎหมายสุขภาพและสาธารณสุข, 3(3), 374-387.
ธัชเฉลิม สุทธิพงษ์ประชา. (2560). การมีส่วนร่วมของประชาชนกับความเชื่อมั่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร:
มูลนิธิส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น.
Best, D. L., Williams, J. E., Cloud, J. M., Davis, S. W., Robertson, L. S., Edwards, J. R., & Fowles, J. (1977). Development of sex-trait stereotypes among young children in the United States, England, and Ireland. Child Development, 1375-1384.
Hsieh, F. Y., Bloch, D. A., & Larsen, M. D. (1998). A simple method of sample size calculation for linear and logistic regression. Statistics in medicine, 17(14), 1623-1634.