สถานการณ์การสูบบุหรี่ของบุคลากรและนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครราชสีมา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา แบบภาคตัดขวาง (Cross -Sectional Study) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอัตราการสูบบุหรี่ของบุคลากรและนักศึกษาในมหาวิทยาลัย และศึกษาความรู้ ทัศนคติเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ของนักศึกษา รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม กับกลุ่มตัวอย่างจำนวนทั้งสิ้น 324 คน แบ่งเป็นบุคลากรในมหาวิทยาลัย 145 คน และนักศึกษาจำนวน 179 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา แจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษาพบว่าบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยสูบบุหรี่ ร้อยละ 6.90 (95% CI = 2.72 - 11.07) สถานที่ที่มักจะสูบบุหรี่ภายในมหาวิทยาลัย คือเขตสูบบุหรี่ร้อยละ 66.67 ห้องน้ำ ร้อยละ 16.67 และลานจอดรถ ร้อยละ16.67 นักศึกษามีอัตราการสูบบุหรี่ ร้อยละ 5.59 (95% CI = 2.19 – 8.98) สถานที่ที่มักไปสูบบุหรี่ภายในมหาวิทยาลัย คือห้องน้ำ ร้อยละ 47.62 และลานจอดรถ ร้อยละ 42.86 นักศึกษามีความรู้เกี่ยวกับบุหรี่อยู่ในระดับสูงร้อยละ 96.09 และนักศึกษามีทัศนคติต่อการสูบบุหรี่อยู่ในระดับสูง ร้อยละ 56.98 ระดับปานกลางร้อยละ 40.23 และระดับต่ำ ร้อยละ 2.79
สรุปได้ว่า การสนับสนุนกิจกรรมควบคุมการสูบบุหรี่ในสถานศึกษาที่มีความต่อเนื่องและยั่งยืน เป็นสิ่งที่สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งควรให้ความสำคัญและดำเนินการ เพื่อการปกป้องผู้ไม่สูบบุหรี่จากควันพิษจากบุหรี่ เพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่ และควรให้ความช่วยเหลือผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่โดยจัดให้มีคลินิกช่วยเลิกบุหรี่และคลินิกให้คำปรึกษาในสถานศึกษา ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายการควบคุมยาสูบของสถานศึกษาให้มีความเคร่งครัดมากขึ้น โดยมีการประกาศนโยบายบังคับโดยผู้บริหาร และมีบทลงโทษที่ชัดเจน เพื่อให้การควบคุมยาสูบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
จักรพันธ์ เพ็ชรภูมิ และรุ่งนภา แย้มกลีบ. ปัจจัยที่มีผลต่อการได้รับควันบุหรี่มือสองของนักศึกษาใน มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง. วารสารสาธารณสุข มหาวิทยาลัยบูรพา 2561;13(2): 89-101.
นิยม จันทร์นวล และพลากร สืบสำราญ. สถานการณ์การสูบบุหรี่ของบุคลากรและนักศึกษามหาวิทยาลัย อุบลราชธานี: ภายใต้โครงการมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีปลอดบุหรี่. วารสารวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 2559;18(2):1-10.
มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่. คอลัมน์รอบรั้วโรงเรียนปลอดบุหรี่. [อินเตอร์เน็ต]. 2560 [เข้าถึงเมื่อ 20 ตุลาคม 2563]. เข้าถึงได้จาก: http://www.ashthailand.or.th/smartnews/post/detail
ศรัณญา เบญจกุล, มณฑา เก่งการพานิช, ธราดล เก่งการพานิช, ดุสิต สุจิรารัตน์. รายงานการพยากรณ์โรค และภัย สุขภาพ: แนวโน้มการบริโภคยาสูบของประชากรไทย. กรุงเทพมหานคร: สำนักควบคุมการ บริโภคยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2557.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. ควันบุหรี่มือสองคร่าชีวิตคนไทยจำนวนมาก. [อินเตอร์เน็ต]. 2560 [เข้าถึงเมื่อ 19 ตุลาคม 2563]. เข้าถึงได้จาก: https://www.thaihealth.or.th
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. รายงานประจำปี 2562 : ผลสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ พ.ศ. 2560. [อินเตอร์เน็ต]. 2560 [เข้าถึงเมื่อ 19 ตุลาคม 2563]. เข้าถึงได้จาก: http://www.nso.go.th
สำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ. แผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๒. นนทบุรี: สำนัก ควบคุมการบริโภคยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2559.
สำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ กระทรวงสาธารณสุข. พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2560.
สุปราณี อันทธเสรี. การพัฒนามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นมหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่ต้นแบบ. วารสารการ พยาบาล2552;58(3-4):1-14.
สุวัชรนีย์ สุโนภักดิ์ เทอดศักดิ์ พรหมอารักษ์ และพยอมสุข เอนกนันท์. ผลของโปรแกรมการป้องกันนักสูบบุหรี่ หน้าใหม่ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด. The office of disease prevention and control 9th Nakhon Ratchasima Journal 2561; 24(1): 86-95.
อรุณ จิรวัฒน์กุล. ชีวสถิติ. พิมพ์ครั้งที่ 4. ขอนแก่น : โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา; 2550.