ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับความรู้ ทัศนคติ และการยอมรับการใช้แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ (2) ศึกษาพฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ และ (3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ทัศนคติ การยอมรับ และพฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในอำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย อสม. จำนวน 242 คน ซึ่งได้มาจากการกำหนดขนาดตัวอย่างตามตารางสำเร็จรูปของ Krejcie & Morgan และคัดเลือกด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ
ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 51–60 ปี สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ประกอบอาชีพด้านการเกษตร มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001–10,000 บาท และปฏิบัติหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านมาแล้วมากกว่า 10 ปี โดยภาพรวมพบว่า การยอมรับ ทัศนคติ และพฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ อยู่ในระดับสูง ความรู้ ทัศนคติ และการยอมรับ มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ 0.206, 0.660 และ 0.437 ตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทัศนคติมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชันมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจัยอื่นที่ศึกษา
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะใดๆ ที่นำเสนอในบทความเป็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว โดยบรรณาธิการ กองบรรณาธิการ และคณะกรรมการวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยปทุมธานี ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด มหาวิทยาลัย บรรณาธิการ และกองบรรณาธิการจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาดหรือผลที่เกิดจากการใช้ข้อมูลที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้
เอกสารอ้างอิง
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2564). การเสริมสร้างและประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ. นนทบุรี: กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ.
กระทรวงสาธารณสุข. (2564). ยุทธศาสตร์สุขภาพดิจิตัล กระทรวงสาธารณสุข (2564-2568). สืบค้นจาก https://ict.moph.go.th/upload_file/files/97c2287c8f04e13f81fec13e43
รัฐพล กองพอด, ประสงค์ชัย เศรษฐสุรวิชญ์. (2567). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับเทคโนโลยีของอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านในจังหวัดกาฬสินธุ์: กรณีศึกษาแอปพลิเคชัน สมาร์ท อสม. วารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข. 2567;10(3):545-66.
วิระดา เสือมาก และประภาเพ็ญ สุวรรณ. (2023). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในพื้นที่เทศบาลตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา, 3(2), 14–31.
ศรายุทธ คชพงศ์ และธนัสถา โรจนตระกูล. การปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในเขตพื้นที่อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก. วารสาร มจร พุทธปัญญาปริทรรศน์. 2564;6(2):107-19
สุชาดา อินทรกำแหง ณ ราชสีมา, สมตระกูล ราศิริ, ธิติรัตน์ ราศิริ. (2564). บทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขไทย. วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดนครราชสีมา. 2564;7(2):80-97
Best, J. W. (1997). Research in Education (3rd ed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall.Goldenson, R. M. (1984). Longman dictionary of psychology and psychiatry. Longman.
Mohr, S., & Kühl, R. (2021). Acceptance of artificial intelligence in German agriculture: An application of the technology acceptance model and the theory of planned behavior. Precision Agriculture, 22(6), 1816- 1844
Rogers, E. M. (2003). Diffusion of innovations. 5th ed. Free Press
World Health Organization. Global strategy on digital health 2020-2025. Geneva: World Health Organization; 2020.