จุลทรรศน์ลักษณะ ปริมาณฟีนอลรวม และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของชะเอมไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
ชะเอมไทย (Albizia myriophylla Benth.) วงศ์ Fabaceae เป็นพืชสมุนไพรที่ใช้ทางการแพทย์พื้นบ้านในภาคใต้ของไทย โดยใช้เป็นสมุนไพรองค์ประกอบในตํารับยารักษาโรคต่างๆ เช่น ฟันผุ เบาหวาน และผิวหนังอักเสบ การศึกษาลักษณะเนื้อเยื่อจากผงยาภายใต้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงของส่วนเนื้อไม้ชะเอมไทยจากแหล่งธรรมชาติ 3 แหล่ง (VI01 VI02 และ VI03) ในภาคใต้ของประเทศไทย พบเนื้อเยื่อผงยาต่างๆ ได้แก่ พาเรงคิมาแนวรัศมี (ray parenchyma) พาเรงคิมาแนวรัศมีซึ่งมีเม็ดแป้ง (ray parenchyma with starch grains) พาเรงคิมาแนวรัศมีซึ่งมีผลึกแคลเซียมออกซาเลต (ray parenchyma with prism of calciumoxalate) ท่อน้ำชนิดมีรูมีขอบ (border-pitted vessels) โฟล์เอ็มไฟเบอร์ (phloem fibers) โฟล์เอ็มพาเรงคิมาซึ่งมีเม็ดแป้งเรียงตัวภายใน (phloem parenchyma with starch grains) ไฟเบอร์ซึ่งมีผลึกแคลเซียมออกซาเลต (fibers with calcium oxalate prism) สโตนเซลล์ (stone cell) ผลึกแคลเซียมออกซาเลต (prisms of calcium oxalate) และเม็ดแป้ง (starch grains) โดยเนื้อเยื่อที่พบมากที่สุดในเนื้อไม้ชะเอมไทยจากทั้ง 3 แหล่ง คือ เม็ดแป้ง ท่อน้ำชนิดมีรูมีขอบ โฟล์เอ็มพาเรงคิมาซึ่งมีเม็ดแป้งเรียงตัวภายใน และไฟเบอร์ซึ่งมีผลึกแคลเซียมออกซาเลต เมื่อทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH และวิธี FRAP พบว่าสารสกัดเอทานอล (DPPH, IC50 46.23–67.95 µg/mL; FRAP, 380.53–847.31 mM FeSO4/g) ของเนื้อไม้ชะเอมไทยจากทั้ง 3 แหล่งที่ศึกษา มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่าสารสกัดน้ำ (DPPH, IC50 53.53–67.95 µg/mL; FRAP, 239.78–377.05 mM FeSO4/g) ทั้งนี้สารสกัดจากตัวอย่าง VI01 แสดงแนวโน้มในการมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่าสารสกัดชะเอมไทยอีก 2 ตัวอย่างที่ศึกษา เมื่อทดสอบปริมาณฟีนอลรวมด้วยวิธีทางสเปกโทรโฟโตเมตรี พบว่าปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดที่วิเคราะห์ได้จากตัวอย่าง VI01 VI02 และ VI03 มีความสอดคล้องกับฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH และวิธี FRAP โดยสารสกัดเอทานอลจะมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดสูงกว่าสารสกัดน้ำของชะเอมไทย รวมถึงตัวอย่าง VI01 มีแนวโน้มในการมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดที่สูงกว่าสารสกัดชะเอมไทยอีก 2 ตัวอย่างที่ศึกษา (VI02 และ VI03) การศึกษาในครั้งนี้ยังพบว่าสารสกัดน้ำจากตัวอย่างชะเอมไทย VI01 มีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดและมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดีใกล้เคียงกับสารสกัดน้ำของชะเอมไทยร่วมกับชะเอมเทศ (Glycyrrhiza glabra L.) ทั้งนี้สารสกัดเอทานอลของชะเอมไทยร่วมกับชะเอมเทศมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดมากที่สุดและมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดีเมื่อเปรียบเทียบกับสารสกัดอื่นๆ ที่ศึกษา ผลการศึกษาในครั้งนี้ได้ให้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์เบื้องต้นที่สัมพันธ์กับการใช้เนื้อไม้ชะเอมไทยเป็นวัตถุดิบสมุนไพรในทางการแพทย์พื้นบ้านไทยสําหรับรักษาโรคที่มีสาเหตุเกี่ยวเนื่องกับภาวะเครียดออกซิเดชัน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.