ผลการใช้บทเรียนออนไลน์ เรื่อง การสร้างภาพเคลื่อนไหว สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ผู้แต่ง

  • อภิญญา ศรีจันทร์ ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • วีระ ไทยพานิช ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • เพ็ญศรี เศรษฐวงศ์ ภาควิชาการประเมินและการวิจัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

คำสำคัญ:

บทเรียนออนไลน์, การเรียนการสอนบนเว็บ, อนิเมชั่น, อินเทอร์เน็ต, การพัฒนา

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้ครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาบทเรียนออนไลน์เรื่องการสร้างภาพเคลื่อนไหว ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ และ 2) เปรียบเทียบผลการเรียนระหว่างกลุ่มที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์กับกลุ่มที่เรียนปกติประชากร คือ นักเรียนโรงเรียนลอยสายอนุสรณ์ กรุงเทพมหานคร ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 105 คน 3 ห้องเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Samplings) โดยการจับสลากจำนวน 60 คน และแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 30 คน ดังนี้ กลุ่มทดลองเรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น และกลุ่มควบคุมเรียนด้วยการเรียนปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ 1) บทเรียนออนไลน์เรื่องการสร้างภาพเคลื่อนไหว สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) แบบทดสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว จำนวน 40 ข้อ เพื่อวัดผลการเรียนซึ่งมีค่าความเชื่อมั่น 0.854 ผลการวิจัยพบว่า 1) บทเรียนออนไลน์เรื่องการสร้างภาพเคลื่อนไหวที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพที่ 84.66/85.50 เป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 2) ผลการเรียนเรื่อง การสร้างภาพเคลื่อนไหว ของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ สูงกว่านักเรียนที่เรียนปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

เอกสารอ้างอิง

[1] กระทรวงศึกษาธิการ. 2551.หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา.

[2] บุญเลิศ อรุณพิบูลย์และสุนทร นิศากร. 2547.e-Learning. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก:https://www.skb.ac.th/~skb/computor/nectec/0019.html.(วันที่ค้นข้อมูล: 12 มิถุนายน 2554).

[3] ดรุณรัตน์ พึ่งตน. 2545. บทบาท e-Learning.กรุงเทพฯ : TJ Book.

[4] ไพโรจน์ ตีรณธนากุลและคณะ. 2546. การออกแบบและการผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์การสอนสำหรับe-learning. กรุงเทพฯ : ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพฯ.

[5] Knowles, Malcolm S. 1975. Self-DirectedLearning. A Guide For Learners andTeachers, Chicago. Follett.p.14-18, 61.

[6] สมคิด อิสระวัฒน์. 2541. การเรียนรู้ด้วยตนเอง : กลวิธีสู่การศึกษาเพื่อความสมดุล.วารสารครุศาสตร์. 27(1). น.35-38.

[7] ถนอมพร เลาหจรัสแสง. 2547.รายงานการวิจัยการศึกษารูปแบบของ E-Learning ที่เหมาะสมกับการศึกษานอกโรงเรียน.ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.

[8] วัญญา วิศาลาภรณ์. 2533. การสร้างแบบทดสอบเพื่อการวิจัยและพัฒนาการเรียนการสอน.กรุงเทพฯ : ทิพย์วิสุทธิ์.

[9] เอกชัย ศิริเลิศพรรณา และคณะ. 2556.การพัฒนาบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเพื่อทบทวน เรื่องการเคลื่อนที่แบบโมชั่นทวีน.วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 12(3), น.38-40.

[10] พิศณุ ฟองศรี. 2553. การสร้างและพัฒนาเครื่องมือวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 2.กรุงเทพฯ : ด่านสุทธาการพิมพ์.

[11] ชัยยงค์ พรหมวงศ์ และคณะ.2520.ระบบสื่อการสอน. กรุงเทพฯ :จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

[12] บุญชม ศรีสะอาด. 2535. การวิจัยเบื้องต้น.กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.

[13] สุรสิทธิ์ วรรณไกรโรจน์. 2544. การเรียนรู้แบบออนไลน์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก:https://www.thai2learn.com(วันที่ค้นข้อมูล: 12 มิถุนายน 2554).

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2014-12-31

รูปแบบการอ้างอิง

ศรีจันทร์ อ., ไทยพานิช ว., & เศรษฐวงศ์ เ. (2014). ผลการใช้บทเรียนออนไลน์ เรื่อง การสร้างภาพเคลื่อนไหว สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 13(3), 120–127. สืบค้น จาก https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/JIE/article/view/126805

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย