ผลการใช้เลิร์นนิ่งออปเจ็กต์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ ที่มีต่อทักษะการเขียนโปรแกรมวาดรูปทรงสองมิติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
คำสำคัญ:
เลิร์นนิ่งออปเจ็กต์, การประเมินคุณภาพ, การจัดการเรียนรู้, ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์, ทักษะการเขียนโปรแกรมวาดรูปทรงสองมิติบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อพัฒนาเลิร์นนิ่งออปเจ็กต์เรื่องการเขียนโปรแกรมวาดรูปทรงสองมิติที่ใช้ร่วมกับการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ และ 2) เพื่อศึกษาทักษะการเขียนโปรแกรมวาดรูปทรงสองมิติของนักเรียนหลังเรียนด้วยเลิร์นนิ่งออปเจ็กต์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ โรงเรียนพนัสพิทยาคาร ปีการศึกษา 2557 จำนวน 60 คน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม โดยจัดเป็นกลุ่มหาประสิทธิภาพของเลิร์นนิ่งออปเจ็กต์เรื่องการเขียนโปรแกรมวาดรูปทรงสองมิติ จำนวน 30 คน และกลุ่มที่ศึกษาทักษะการเขียนโปรแกรมวาดรูปทรงสองมิติ จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ โดยใช้เลิร์นนิ่งออปเจ็กต์ร่วมด้วย เลิร์นนิ่งออปเจ็กต์เรื่องการเขียนโปรแกรมวาดรูปทรงสองมิติ แบบประเมินเลิร์นนิ่งออปเจ็กต์เรื่องการเขียนโปรแกรมวาดรูปทรงสองมิติ และแบบวัดทักษะการเขียนโปรแกรมวาดรูปทรงสองมิติ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า
1) เลิร์นนิ่งออปเจ็กต์ เรื่องการเขียนโปรแกรมวาดรูปทรงสองมิติ มีคุณภาพด้านเนื้อหาอยู่ในระดับดีมาก ( =4.78, S.D.=0.30) คุณภาพด้านเทคนิคการผลิตสื่ออยู่ในระดับดีมาก (
=4.82, S.D.=0.30) และคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก (
=4.80, S.D.=0.29)
2) เลิร์นนิ่งออปเจ็กต์ เรื่องการเขียนโปรแกรมวาดรูปทรงสองมิติ มีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 88.22/81.25
3) นักเรียนมีทักษะการเขียนโปรแกรมวาดรูปทรงสองมิติของนักเรียน หลังเรียนด้วยเลิร์นนิ่งออปเจ็กต์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เฉลี่ย 78.42
เอกสารอ้างอิง
[2] จินตวีร์ คล้ายสังข์. 2556. อีเลิร์นนิงคอร์สแวร์แนวคิดสู่การปฏิบัติสำหรับการจัดการเรียนรู้อิเลิร์นนิงในทุกระดับ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
[3] อานนท์ สายคำฟู. 2552.การสร้างเลิร์นนิงอ็อบเจกต์เพื่อการพัฒนาการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์พื้นฐาน เรื่องกระบวนการทำงานของอุปกรณ์พื้นฐานที่เป็นส่วนประกอบหลักของคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาเทคโนโลยีทางการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
[4] นิพนธ์ ศุภศรี. 2551. สอนง่าย สนุกเรียนกับการโปรแกรมภาษาโลโก. กรุงเทพฯ:สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
[5] นิสานันท์ ชามะรัตน์. 2554.การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ที่เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ เรื่อง ภาคตัดกรวย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad เป็นเครื่องมือประกอบการเรียนรู้.วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา, 5(2), น.9-18.
[6] วารินทร์ รัศมีพรหม. 2541.ออกแบบและพัฒนาระบบการสอน. กรุงเทพฯ:คณะศึกษาศาสตร์.มหาวิทยาลัยศรีนทรวิโรฒประสานมิตร.
[7] ถนอมพร เลาหจรัสแสง. 2550.นิยามเลิร์นนิ่งออปเจ็กต์ (Learning Objects) เพื่อการออกแบบพัฒนาสื่ออิเล็กทรอนิกส์. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 4(4), น.50-59.
[8] เบญจวรรณ อินทศร. 2554.การสร้างเลิร์นนิงอ็อบเจกต์แบบจำลองสถานการณ์เรื่องกระบวนการทำงานของคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร.
[9] ชัยยงค์ พรหมวงศ์. 2520. ระบบสื่อการสอน.กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
[10] นันทนัช อ่อนพวน. 2554.การศึกษาสภาพการประเมินการปฏิบัติงานของผู้เรียน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา, 6(1), น.197-209.
[11] พรรณี ลีกิจวัฒนะ. 2555. วิธีการวิจัยทางการศึกษา.กรุงเทพฯ: มีน เซอร์วิส ซัพพลาย.
[12] ผดุงชัย ภู่พัฒน์. 2556.การวัดและประเมินผลการเรียนรู้.เอกสารประกอบการบรรยายเรื่องการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ สาขาวิชาครุศาสตร์อุตสาหกรรม คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กรุงเทพฯ. (เอกสารอัดสำเนา).
[13] ณภัสวรรก์ สุภาแสน. 2557. ผลการใช้สื่อเลิร์นนิ่งอ็อบเจ็ค เรื่ององค์ประกอบระบบของคอมพิวเตอร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนฤทธิไกรศึกษา. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
[14] ศราวุธ ใจจะดี. 2551.การสร้างเลิร์นนิงอ็อบเจกต์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการแปลงเรขาคณิต สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
[15] สุทธิพร เกตุบรรจง. 2554.การพัฒนาเลิร์นิ่งอ็อปเจ็คแบบ 2 ภาษา เรื่องการบวก ลบ คูณ หาร สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3.วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิตสาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร.
[16] พรพรรณ ธารา พรรณี ลีกิจวัฒนะ และปริยาภรณ์ ตั้งคุณานันต์. 2556. ตัวแปรที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 12(2), น.136-143.
[17] สุลาวัลย์ ถุงจันทร์ พรรณี ลีกิจวัฒนะและปริยาภรณ์ ตั้งคุณานันต์. 2556. ตัวแปรที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานธุรกิจของนักศึกษาระดับปริญญาตรีปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 12(2), น.120-127.
[18] สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. 2554. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเพื่อการขับเคลื่อนหลักสูตรการจัดการเรียนรู้การวัดและประเมินผล.กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
[19] กมลฉัตร กล่อมอิ่ม และคณะ. 2557.การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ด้วยการช่วยเสริมศักยภาพเพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ด้านการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1.วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร,16(2), น.129-139.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
"ข้อคิดเห็น เนื้อหา รวมทั้งการใช้ภาษาในบทความถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน"