แนวทางการจัดการกากของเสียอุตสาหกรรมให้เป็นศูนย์เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ: กรณีศึกษา บริษัท ไทยโอลิโอเคมี จำกัด
คำสำคัญ:
กากของเสีย, การจัดการ, การฝังกลบ, การลดของเสียจนเป็นศูนย์, อุตสาหกรรมเชิงนิเวศบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการกากของเสียอุตสาหกรรมให้เป็นศูนย์เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และปัจจัยความสำเร็จ ปัญหา และอุปสรรคของการจัดการกากของเสียอุตสาหกรรมให้เป็นศูนย์เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โดยประยุกต์ใช้ หลัก CIPP-I Model ในการศึกษาตามวัตถุประสงค์ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องของบริษัท ไทยโอลิโอเคมี จำกัด ซึ่งประกอบด้วย ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ ผู้ก่อเกิดกากของเสียอุตสาหกรรม ผู้รับกำจัดกากของเสียอุตสาหกรรม และหน่วยงานราชการท้องถิ่นและหน่วยงานส่วนกลาง รวมถึงการสังเกตการณ์ และการศึกษาเอกสาร โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหาตามประเด็น และตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลตามเทคนิคสามเส้า
ผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยนำเข้าที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดความสำเร็จในการจัดการกากของเสียอุตสาหกรรมให้เป็นศูนย์เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ คือ ความมุ่งมั่นของผู้บริหาร อีกทั้งการส่งเสริมโครงการหรือกิจกรรม การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ตลอดจนกระบวนการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน เป็นปัจจัยสนับสนุนที่นำมาซึ่งการบริหารจัดการกากของเสียอุตสาหกรรมให้เป็นศูนย์เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โดยแนวทางดังกล่าวนั้นมีส่วนช่วยในการลดปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรที่ซึ่งก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งแนวทางในการดำเนินการที่ประสบความสำเร็จในการยกระดับเป็น Eco-world Class ในมิติสิ่งแวดล้อม: กากของเสียอุตสาหกรรมนั้นมี 4 ขั้นตอนคือ 1) การกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อม ทิศทางในการบริหารจัดการกากของเสียอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน 2) การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ รวมถึงนโยบายสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด 3) การบันทึกผลเพื่อจัดทำฐานข้อมูลรวมถึงประวัติกากของเสียอุตสาหกรรม และ 4) การลดปริมาณการเกิดกากของเสียอุตสาหกรรมจนเป็นศูนย์อย่างต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
[2] กรมควบคุมมลพิษ. 2556. สรุปสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2556. กรุงเทพฯ: กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อม.
[3] Stufflebeam, D.L., et al. 1971. Educational Evaluation and Decision – Making. Illinois: Peacock Publishers., Inc.
[4] เอื้อมพร หลินเจริญ. 2555. เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ. วารสารการวัดผลการศึกษา, 17(1), น.17-29.
[5] สุพรรณี ไชยอำพร. 2554. ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ. กรุงเทพฯ: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
[6] สถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม. 2556. ขอบเขต นิยาม และ KPI การพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ. ค้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2557, จาก https://www.iei.or.th/ knowladge.php
[7] สุดารัตน์ แผลวมัจฉะ. 2554. ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานความรับผิดชอบของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อสังคม กรณีศึกษา กลุ่มบริษัท อูเบะ (ประเทศไทย). วิทยานิพนธ์ปริญญามหา บัณฑิต สาขาการจัดการสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์.
[8] Dunn, W N. 1981. Public Policy Analysis: An Introduction. New Jersey: Prentice Hall, lnc.
[9] อนงค์นาฏ ประดิษฐ์พฤกษ์ ณัฐวุฒิ โรจน์นิรุตติกุล และวรนารถ แสงมณี. 2554. อิทธิพลของบทบาทด้านสิ่งแวดล้อมของผู้ บริหารและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการปรับปรุง กระบวนการผลิตในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 10(3), น.371-382.
[10] สำนักบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม. 2555. คู่มือ 3Rs กับการจัดการของเสียภายในโรงงาน. (ม.ป.ท.): กรมโรงงาน อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม.
[11] กรีนพีช ไทยแลนด์. 2556. ความล้มเหลวของการบริหารจัดการขยะในกรุงเทพฯ.ค้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2558, จาก https://www.greenpeace.org.
[12] เพ่ง บัวหอม. 2556. ความล้มเหลวของการจัดการความขัดแย้งเกี่ยวกับปัญหามลพิษระหว่างโรงงานเจนโก้กับชุมชนเขต อุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาไทยศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา.
[13] สุนทร อุปมาณ. 2556. การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม กรณีพื้นที่ตำบลหนองแหนอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา. ค้น เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2558, จาก https://infofile.pcd.go.th/waste/570813
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
"ข้อคิดเห็น เนื้อหา รวมทั้งการใช้ภาษาในบทความถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน"