การพัฒนาชุดกิจกรรมพัฒนาสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมสำหรับนิสิตระดับปริญญาตรี
คำสำคัญ:
การพัฒนา, ชุดกิจกรรมพัฒนา, สมรรถนะภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดกิจกรรมพัฒนาสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมสำหรับนิสิตระดับปริญญาตรี 2) เปรียบเทียบสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของนิสิตระดับปริญญาตรีก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นิสิตระดับปริญญาตรีที่ลงทะเบียนเรียนวิชาภาวะผู้นำในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 33 คน เครื่องมือที่ใช้คือ 1) แผนการสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม 2) แบบสอบถามความเหมาะสมของชุดกิจกรรม 3) แบบวัดสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมก่อนและหลังการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ การวิเคราะห์เนื้อหา ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบที (t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
1) มีแผนการสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมา 4 แผนประกอบด้วยชุดกิจกรรมซึ่งรวมทั้งหมดมีกิจกรรมจำนวน 20 กิจกรรมเพื่อพัฒนาสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม 4 ด้านคือ ความคิดสร้างสรรค์ ความน่าเชื่อถือ ความเอาใจใส่และความกล้าเสี่ยงโดยใช้ระยะเวลาทั้งหมด 24 ชั่วโมง ซึ่งด้านความคิดสร้างสรรค์มีทั้งหมด 5 กิจกรรม จำนวน 6 ชั่วโมงคือ กิจกรรมพิจารณาลักษณะ (Attribute) กิจกรรมสร้างวิสัยทัศน์ (Vision Creation) กิจกรรมมองภาพในมิติต่างๆ (Visualization Skills) กิจกรรมเปรียบเทียบอุปมาอุปไมย (Analogies) และกรณีศึกษาผู้นำที่สร้างสรรค์ ด้านความน่าเชื่อถือมีทั้งหมด 5 กิจกรรม จำนวน 6 ชั่วโมงคือ กิจกรรมความเชื่อมั่นในตนเอง (Self Esteem) กิจกรรมคุณมีดีตรงไหน (What are you good at)กิจกรรมระดับความน่าเชื่อถือ (Level of Confidence) กิจกรรม ภาวะผู้นำในใจคุณ (Your Idol Leader) และกรณีศึกษาผู้นำที่น่าเชื่อถือ ด้านความเอาใจใส่มีทั้งหมด 5 กิจกรรม จำนวน 6 ชั่วโมงคือ กิจกรรมใครผิด (Who’s wrong) กิจกรรมข้อมูลป้อนกลับทางบวก (Positive Feedback) กิจกรรมมองหลายมุม (Perspectives) กิจกรรมผลลัพธ์ที่ตามมา (Consequences) และกรณีศึกษาผู้นำที่เอาใจใส่ และด้านความกล้าเสี่ยงมีทั้งหมด 5 กิจกรรม จำนวน 6 ชั่วโมงคือ กิจกรรมเลือกสี (Choosing Colors) กิจกรรมกล้าเปลี่ยน (Dare to Change) กิจกรรมเป้าหมายที่กล้าเสี่ยง (Your Risky Goal) กิจกรรมแลกเปลี่ยน (Exchange) และกรณีศึกษาผู้นำที่กล้าเสี่ยง ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมพัฒนาหลังการแก้ไขตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมีความเหมาะสมที่จะนำไปใช้พัฒนาสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม
2) สมรรถนะภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมโดยรวมก่อนใช้ชุดกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.62 และหลังการใช้ชุดกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.86 โดยระดับสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมหลังการใช้ชุดกิจกรรมสูงกว่าก่อนการใช้ชุดกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยด้านที่พัฒนามากที่สุดคือ ความเอาใจใส่ ( = 4.20, S.D. = 0.22) และความน่าเชื่อถือ (
= 3.78, S.D. = 0.22) และด้านที่พัฒนารองลงมาคือ ความกล้าเสี่ยง (
= 3.74, S.D. = 0.28) และความคิดสร้างสรรค์ (
= 3.70, S.D. = 0.32)
ผลวิจัยสามารถสรุปได้ว่า ชุดกิจกรรมพัฒนาสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมช่วยพัฒนาสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมให้ดียิ่งขึ้นและการพัฒนาสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นถ้าได้รับการสนับสนุนการพัฒนาจากสถานศึกษา การตระหนักรู้และวินัยในตนเองของผู้เรียนและการพัฒนาภาวะผู้นำอย่างเป็นระบบจากผู้สอน
เอกสารอ้างอิง
[2] Gumusluoglu, L., & Ilsev, A. 2009. Transformational Leadership and Organizational Innovation: The Roles of Internal and External Support for Innovation. Journal of Product Innovation Management, 26, p. 264-277.
[3] เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. 2551. สร้างภาวะผู้นำในเด็กและเยาวชนไทย. บางกอกทูเดย์. ค้นเมื่อ 5 มกราคม 2558, จากhttps://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=2567&Key=hotnews
[4] Higher Education Research Institute. 1996. A Social Change Model of Leadership Development (Version III). Los Angeles: University of California Los Angeles Higher Education Research Institute.
[5] Patchara Vanichvasin. 2009. A Development Model of Innovative Leadership Competencies in Selected Leaders in Thailand. Doctoral Dissertation, Assumption University.
[6] Van Velsor, E. & Wright, J. 2012. Expanding the Leadership Equation Developing Next-Generation Leaders. Center for Creative Leadership. Retrieved April30, 2016, from https://insights.ccl.org/wp-content/uploads/2015/04/ExpandingLeadershipEquation.pdf
[7] Mozhgan, A., Parivash, J., Nadergholi,G., & Jowkar, B. 2011. Student Leadership Competencies Development. Procedia Social and Behavioral Sciences, 15 (2011), p. 1616-1620.
[8] Rudolph, F. 1990. The American College and University: A History. Athens: The University of Georgia Press.
[9] Seemiller, C. 2014. The Student Leadership Competencies Guidebook. San Francisco: Jossey-Bass.
[10] Astin, A.W. 1993. An Empirical Typology of College Students. Journal of College Student Development, 34 (1), p. 36-46.
[11] DuBrin, A.J. 2010. Principles of Leadership. 6th Ed. Canada: South-Western Cengage Learning.
[12] Kuh, G.D., Shedd, J.D., & Whitt, E.J. 1987. Student Affairs and Liberal Education: Unrecognized (and Unappreciated) Common Law Partners. Journal of College Student Personnel, 28 (3), p. 252-260.
[13] อมร สุวรรณนิมิตร. 2558. กลวิธีการพัฒนาภาวะผู้นำของนิสิตพยาบาล. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.ปีที่ 11 (ฉบับพิเศษ), น. 472-478.
[14] อรกัญญ์ เอี่ยมพญา. 2553. การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำสำหรับผู้นำนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 9(1), น. 43-55.
[15] Mozhgan, A., Parivash, J., Nadergholi,G., & Jowkar, B. 2011. Student Leadership Competencies Development. Procedia Social and Behavioral Sciences, 15 (2011), p. 1616-1620.
[16] Cohen, D.J. 2007. The Very Separate Worlds of Academic and Practitioner Publications in Human Resource Management: Reasons for the Divide and Concrete Solutions for Bridging the Gap. Academy of Management Journal, 50 (5), p. 1027-1032.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
"ข้อคิดเห็น เนื้อหา รวมทั้งการใช้ภาษาในบทความถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน"