การใช้แผนภูมิรูปแบบจำลองเชิงภูมิศาสตร์ในการประเมินระดับฝุ่น PM2.5 ของประเทศไทย

Main Article Content

จาตุรนต์ กัณทะธง
พรรณวดี สิงห์แก้ว
ฤทธิ์ติกร สมปาน
ณัฐพงค์ ม้าเทศ

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในช่วงวันที่เกิดสถานการณ์วิกฤตสูงสุด (Peak Day) ระหว่างปี พ.ศ. 2568 และ พ.ศ. 2569 และประเมินการกระจายตัวเชิงพื้นที่ด้วยแผนภูมิรูปแบบจำลองเชิงภูมิศาสตร์ (Map Chart) วิธีดำเนินการวิจัยเป็นการศึกษาข้อมูลทุติยภูมิจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยใช้สถิติพรรณนา การทดสอบ Paired Samples t-test การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ (Two-way Repeated Measures ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า ฝุ่น PM2.5ในช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. 2568 มีค่าความเข้มข้นเฉลี่ยสูงที่สุด ( = 51.52 µg/m³, S.D. = 22.14 µg/m³) โดยพบว่าค่าความเข้มข้นสูงสุดรายจังหวัด มีระดับสูงถึง 103.63 µg/m³ การทดสอบความแตกต่างเชิงเวลาแสดงให้เห็นว่า ระดับฝุ่น PM2.5 ในปี พ.ศ. 2568 มีความรุนแรงกว่าปี พ.ศ. 2569 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ (p < .01) ในขณะที่การวิเคราะห์จำแนกตามลักษณะภูมิศาสตร์พบว่า พื้นที่ภาคกลางและปริมณฑลมีความเข้มข้นของมลพิษสูงกว่าภูมิภาคอื่นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงต้นปี ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิเคราะห์สถิติที่ยืนยันการมีอิทธิพลร่วมระหว่างปัจจัยด้านเดือนและปี พ.ศ. อย่างมีนัยสำคัญ (F = 8.14, p < .01) ข้อค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่ารูปแบบการเปลี่ยนแปลงของฝุ่น PM2.5 มีความผันแปรตามเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละปี มิได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางฤดูกาลเพียงอย่างเดียว ผลการวิจัยดังกล่าวสอดคล้องกับแผนภูมิรูปแบบจำลอง Map Chart ที่แสดงให้เห็นพื้นที่วิกฤต (Hotspots) ของฝุ่น PM2.5 ซึ่งกระจุกตัวหนาแน่นในพื้นที่ที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจสูง สรุปได้ว่าการบูรณาการสถิติเชิงลึกร่วมกับแบบจำลองเชิงภูมิศาสตร์ช่วยให้สามารถระบุความเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย การจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และการเฝ้าระวังทางสาธารณสุข
ของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กัณทะธง จ., สิงห์แก้ว พ., สมปาน ฤ., & ม้าเทศ ณ. (2026). การใช้แผนภูมิรูปแบบจำลองเชิงภูมิศาสตร์ในการประเมินระดับฝุ่น PM2.5 ของประเทศไทย. วารสารวิชาการ เทคโนโลยี พลังงานและสิ่งแวดล้อม บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม, 13(1), 72–85. สืบค้น จาก https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/JEET/article/view/266515
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
ประวัติผู้แต่ง

จาตุรนต์ กัณทะธง, สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา

ความเชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขศาสตร์ สุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม

พรรณวดี สิงห์แก้ว, สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา

ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม การประเมินความเสี่ยงของฝุ่น PM2.5 การเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อม 

ฤทธิ์ติกร สมปาน, สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา

ความเชี่ยวชาญการสาธารณสุข โรคทางด้านระบบทางเดินหายใจ การพยาบาล และอาชีวอนามัย

ณัฐพงค์ ม้าเทศ, สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา

ความเชี่ยวชาญทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม การออกแบบจำลองทางด้านคณิตศาสตร์ และสุขศาสตร์อุตสาหกรรม

เอกสารอ้างอิง

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, “รายงานสถานการณ์และผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในประเทศไทย ประจำปีงบประมาณ 2567”, [ระบบออนไลน์], แหล่งที่มา: https://anamai.moph.go.th

T. Loncarić and M. Šantić, “Geospatial modeling of air pollutants for environmental health assessment: A review of recent techniques”, Journal of Environmental Public Health, 15(2), 2023, pp. 45-58.

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน). (2569, มีนาคม. 4). รายงานสรุปข้อมูลสถานการณ์ฝุ่นรายวันจากระบบดาวเทียม, [ระบบออนไลน์], แหล่งที่มา: https://www.gistda.or.th

S. K. Gupta and M. El-Fadel, “Satellite-based monitoring of particulate matter: Spatial modeling and health implications in developing countries”, Air Quality, Atmosphere & Health, 16(4), 2023, pp. 789-805.

ศรีรักษ์ ศรีทองชัย, “แบบจำลองการพยากรณ์ค่า PM2.5 โดยใช้โครงข่ายประสาทเทียมแบบ LSTM ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร”, Journal of Engineering and Digital Technology (JEDT), 10(1), 2565, หน้า 1-9.

World Health Organization (WHO). (2021, Sept. 22). WHO global air quality guidelines: particulate matter (PM2.5 and PM10), ozone, nitrogen dioxide, sulfur dioxide and carbon monoxide, [Online] Available: https://www.who.int/publications/i/item/9789240034228

ภาสินี ม่วงใจเพชร, พูลทรัพย์ โพนสิงห์. “การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนาการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ 5 มิติ กรณีฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เขตสุขภาพที่ 8 ปี พ.ศ. 2565”, วารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรคที่ 8 จังหวัดอุดรธานี, 10(2), 2565, หน้า 28-43

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, “รายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2567”, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรุงเทพฯ, 2567.

World Health Organization (WHO), “Compendium of WHO guidance on health and environment”, [Online] Available: https://www.who.int/publications/i/item/WHO-HEP-ECH-EFP-2022.1, 2024.

S. Rajagopalan and P. J. Landrigan, “The health effects of particulate matter: A global perspective”, New England Journal of Medicine, 385(12), 2021, pp. 1113-1122.

วันมงคล พิกุลแย้ม, ปราลี มณีรัตน์ และ นิเวศ จิระวิชิตชัย, “การพัฒนาระบบแสดงผลภาพเพื่อวิเคราะห์ปริมาณฝุ่นอนุภาคขนาดเล็ก 2.5 ไมโครเมตร (PM2.5) ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร”, Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, 20(1), 2564, หน้า 157-164.

Microsoft Support, “Create a Map chart in Excel”, [Online] Available: https://support.microsoft.com/en-us/office/create-a-map-chart-in-excel, 2024.

กรมควบคุมมลพิษ, “ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่อง กำหนดมาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ในบรรยากาศโดยทั่วไป”, ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 139 ตอนพิเศษ 161 ง, 2565.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, “แนวทางการดำเนินงานด้านสาธารณสุขกรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ประจำปี 2567”, โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย, กรุงเทพฯ, 2567.

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน), “คู่มือการใช้งานระบบติดตามฝุ่นละอองรายชั่วโมงผ่านดาวเทียม”, [ระบบออนไลน์], แหล่งที่มา: https://www.gistda.or.th, 2568.

H. Frumkin, “Environmental Health: From Global to Local”, 4th Edition, John Wiley & Sons, San Francisco, 2023.

L. Chen, Y. Wang, and J. Smith, “Urban morphology and its impact on PM2.5 spatial distribution: A comparative study of Asian megacities”, Environmental Pollution, 312, 2024, pp. 119-134.

X. Zhang, Q. Li, and H. Tanaka, “Transboundary air pollution and biomass burning: Regional challenges in air quality management”, Atmospheric Environment, 298, 2024, 119623.

J. Miller and R. Garcia, “Integrating geospatial modeling in public health surveillance: Future directions for air quality monitoring”, International Journal of Environmental Research and Public Health, 21(3), 2025, pp. 412-428.

กรมควบคุมมลพิษ, “รายงานสถานการณ์มลพิษทางอากาศของประเทศไทย และแนวทางการจัดการปี 2568”, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรุงเทพฯ, 2568.

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, “แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2566-2570: ประเด็นการจัดการมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดน”, [Online], Available: https://www.onep.go.th, 2567.