การวัดประสิทธิภาพการปล่อยกลิ่นและการพัฒนารูปแบบของที่ระลึกงานแต่งงานของหินเพอร์ไลต์ตกแต่งกลิ่น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการปล่อยกลิ่นระหว่างหินเพอร์ไลต์ตกแต่งกลิ่นกับบุหงารำไป และพัฒนารูปแบบของที่ระลึกจากหินเพอร์ไลต์ด้วยการตกแต่งกลิ่น เครื่องมือวิจัย ได้แก่ เครื่องทดสอบวิเคราะห์การปล่อยกลิ่นแก๊สโครมาโทรกราฟีแมสสเปกโทรเมตรี (GC-MS) และแบบสอบถาม ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ดำเนินการวิจัยโดยศึกษาประสิทธิภาพความยาวนานในการปล่อยกลิ่นหอม จากการตกแต่งกลิ่นหอมของบุหงารำไป หินเพอร์ไลต์ และหินเพอร์ไลต์ที่เคลือบฟิล์มนำตัวอย่างทั้ง 3 ชนิด มาวิเคราะห์ จากนั้นออกแบบภาพร่างความคิดจำนวน 5 รูปแบบ นำไปให้ผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่านพิจารณา และนำรูปแบบที่ผู้เชี่ยวชาญเห็นชอบมากที่สุดจำนวน 3 รูปแบบ เพื่อผลิตตัวอย่างของที่ระลึก ผลการวิจัยพบว่าหินเพอร์ไลด์มีศักยภาพในการดูดซับและตรึงกลิ่นจากสารหอมระเหยได้สูงกว่าบุหงารำไป กล่าวคือ บุหงารำไป มีการตรึงและปล่อยกลิ่นหอมได้เพียง 15 วัน ในขณะที่หินเพอร์ไลต์ตกแต่งกลิ่น สามารถตรึงและปล่อยกลิ่นหอม ได้มากกว่า 30 วัน นอกจากนี้การนำฟิล์มพอลิเมอร์ธรรมชาติจากแป้งมันสำปะหลัง มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหินเพอร์ไลต์พบว่า เพอร์ไลต์ตกแต่งกลิ่นที่ผ่านการเคลือบฟิล์มสามารถตรึงและปล่อยกลิ่นหอมได้ระยะเวลานานขึ้น โดยสามารถตรึงและปลดปล่อยกลิ่นหอมได้ถึง 40 วัน และฟิล์มธรรมชาติ จากแป้งมีส่วนทำให้หินเพอร์ไลต์ที่มีลักษณะโปร่งพรุนมีความแข็งแรงดียิ่งขึ้น ในส่วนของการพัฒนารูปแบบของที่ระลึกจากหินเพอร์ไลต์ด้วยการตกแต่งกลิ่น ได้รับข้อคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญว่า หินเพอร์ไลต์ตกแต่งกลิ่น สามารถแทนบุหงารำไป และสร้างเอกลักษณ์ได้มาก ในด้านรูปแบบของที่ระลึกที่เหมาะสมจากแนวคิดมาลัยดอกไม้ เมื่อพิจารณาด้านโทนสีและสัดส่วนพบว่า รูปแบบที่ 2 (แบบอมตะ) มีโทนสีที่เหมาะสม แต่ควรปรับขนาดให้เล็กลง รูปแบบที่ 3 (แบบร่วมสมัย) ควรปรับโทนสีของหางกระแตให้เป็นโทนชมพูเข้มและรูปแบบที่ 4 (แบบทันสมัย) ควรปรับโทนสีของอุบะให้อ่อนลง เพื่อนำมาประดิษฐ์เป็นต้นแบบในการประยุกต์ใช้หินเพอร์ไลต์เป็นของที่ระลึกในงานแต่งงานหรืองานอื่น ๆ ที่ต้องการของที่ระลึกประเภทปล่อยกลิ่นหอม สามารถนำไปใช้ต่อยอดในเชิงพาณิชย์
Article Details
เอกสารอ้างอิง
Chayantrakom, T. (2013). Changing Attitudes: A Study of Thai Wedding. Journal of Social Scinces Srinakharinwirot University. Vol. 16, pp. 89-98
Amatadecha, S. (2011). Fragrances, Souvenirs and Thai Spa Textbooks. Bangkok: Methavini
Palawong, M. (2007). Mineral Rocks Soil Sand. Bangkok: Department of Primary Industries and Mines, p. 25
Tunnayopas, D. (2013). Mineral and Industrial Mineral Resources. 2nd ed. Bangkok: Prachachon Co., Ltd.
Boonsong, P. (2005). Alternative: Improvement of Aroma in Thai Pot-Pourri and Dry Flowers by Using Starch Film as Aroma Fixative. M.S. Thesis, Dept. Biochemical Technology, King Mongkut''s University of Technology Thonburi, Bangkok
Yutirut, C. (2015). Concept of Craft Product Design. Bangkok: Suan Sunandha Rajabhat University
Boonsong, P., Laohakunjit, N., and Kerdchoechuen, O. (2007). Development of Aroma Fixative in Thai Pot-Pourri and Dry Flowers Using Starch Film and Essential Oil from 5 Herbs. KMUTT Research and Development Journal. Vol. 30, No. 2, pp. 329-343
Honglattanaworakit, S. and Chantakul, S. (2020). The Development Package Product for Fabric Garland. Journal of Home Economics Technology Rajamangala University of Technology Phra Nakhon. Vol. 2, No.1, pp. 42-51