แนวทางพัฒนาความปลอดภัยของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2

ผู้แต่ง

  • ช่อลดา บัวชุม สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม
  • ชาญวิทย์ หาญรินทร์ สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม
  • ไพฑูรย์ พวงยอด สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม

คำสำคัญ:

ความปลอดภัยของสถานศึกษา, ยุคดิจิทัล, ความต้องการจำเป็น

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ของความปลอดภัยของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล 2) ประเมินความต้องการจำเป็นของความปลอดภัยของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล และ 3) พัฒนาแนวทางพัฒนาความปลอดภัยของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา และครู จำนวน 260 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้เกณฑ์ร้อยละ ได้มาโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มีจำนวน 4 ฉบับ คือ 1) แบบสอบถามสภาพปัจจุบันของการพัฒนาความปลอดภัยของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล 2) แบบสอบถามสภาพที่พึงประสงค์ของการพัฒนาความปลอดภัยของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล 3) แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างการพัฒนาความปลอดภัยของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล 4) แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของแนวทางพัฒนาความปลอดภัยของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล สถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีการจัดลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง

ผลการศึกษาพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของความปลอดภัยของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล โดยรวมอยู่ในระดับมาก สภาพที่พึงประสงค์ของความปลอดภัยของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2) ผลการประเมินความต้องการจำเป็นของความปลอดภัยของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2 พบว่า ด้านที่มีค่าสูงกว่าค่าโดยรวมโดยเรียงลำดับความต้องการจำเป็นจากมากไปหาน้อย คือ ด้านสุขภาวะทางกายและจิตใจ ด้านภัยพิบัติจากธรรมชาติ ด้านการถูกละเมิดสิทธิ์ ด้านอุบัติเหตุ ด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ และด้านการใช้ความรุนแรง ตามลำดับ และ 3) แนวทางพัฒนาความปลอดภัยของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2 พบว่า ด้านอุบัติเหตุมี 6 แนวทาง ด้านสุขภาวะทางกายและจิตใจ มี 6 แนวทาง ด้านการใช้ความรุนแรง มี 7 แนวทาง ด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ มี 6 แนวทาง ด้านภัยพิบัติจากธรรมชาติ มี 5 แนวทาง และ ด้านการถูกละเมิดสิทธิ์ มี 4 แนวทาง ผลการประเมินแนวทางพัฒนาโดยรวม พบว่า มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด

เอกสารอ้างอิง

สุกัญญา แช่มช้อย. (2562). การบริหารสถาณศึกษาในยุคดิจิทัล (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2. (2567). แผนเสริมสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา และแผนเผชิญเหตุความปลอดภัยสถานศึกษา. นครพนม: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อดิศร ดีปานธรรม, ปรีชา ดิลกวุฒิสิทธิ์, และกิตติวงค์ สาสวด. (2562). การพัฒนารูปแบบการจัดการด้านความปลอดภัยแบบมีส่วนร่วมในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารบริหารการศึกษา มศว, 16(31), 66-75.

กัมปนาท นาคบัว. (2565). การศึกษาแนวทางการดำเนินงานรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1. การค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). คู่มือการดำเนินงานความปลอดภัยสถานศึกษา. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

สุชีรา ใจหวัง, และจันทรัศม์ ภูติอริยวัฒน์. (2561). การศึกษาการจัดการความปลอดภัยในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1. วารสารบริหารการศึกษา มศว, 15(28), 50-61.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2567). คู่มือการดำเนินงานความปลอดภัยสถานศึกษา. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

Zohar, D., & Lee, J. (2016). Testing the Effects of Safety Climate and Disruptive Children Behavior on School Bus Drivers’ Performance: A Multilevel Model. Accident Analysis & Prevention, 95(A), 116-124.

ธีรยุทธ เมืองแมน, ญาณิศา บุญจิตร์, และมัทนียา พงศ์สุวรรณ. (2566). การพัฒนาระบบการบริหารจัดการความปลอดภัยในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1. Journal of Roi Kaensarn Academi, 8(1), 251-265.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-09-2025

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย