สัณฐานวิทยาและการกระจายพันธุ์ของพรรณไม้สกุลมะเมื่อย (Gnetum) ในจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาสัณฐานวิทยาของพรรณไม้สกุลมะเมื่อย (Gnetum) ใน 4 จังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส พบพืชสกุลมะเมื่อย 4 ชนิด คือ Gnetum gnemon Linn 2 พันธุ์ คือ G. gnemon var. gnemon Linn และ G. gnemon var. tenerum Markgr., G. m่acrostachyum Hook.f., G. montanum Markgr. และ G. tenuifolium Ridl. จากการศึกษาสัณฐานวิทยา พบว่า G. gnemon var. gnemon เป็นไม้ยืนต้น G. gnemon var. tenerum เป็นไม้พุ่ม และอีก 3 ชนิด เป็นไม้เลื้อยมีเนื้อไม้ ใบของ G. gnemon ทั้ง 2 พันธุ์ และ G. tenuifolium ใบบางและใบยังคงมีสีเขียวหรือเขียวแกมเหลืองเมื่อแห้ง ส่วนใบของ G. macrostachyum และ G. montanum ใบหนาเหนียวคล้ายหนัง ใบแห้งสีจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลดำ สำหรับโคนเพศเมียทั้ง 4 ชนิด มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย G. gnemon เป็นโคนเดี่ยว เมล็ดไม่มีก้าน G. macrostachyum เป็นโคนเดี่ยว มีขนสีน้ำตาล เมล็ดไม่มีก้าน G. tenuifolium เป็นโคนเดี่ยว เมล็ดมีก้านแต่ไม้อวบ ในขณะที่ G. montanum เป็นช่อโคนขนาดใหญ่เมล็ดมีขนาดใหญ่ และมีก้านอวบ พืชสกุลมะเมื่อยมีการกระจายพันธุ์ตามพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 8-479 เมตร และพื้นที่ที่พบเป็นป่ารกร่าง สวนยาง สวนผลไม้ ป่าสันทราย ป่าพรุ ภูเขา และป่าต้นน้ำ โดย G. gnemon var. gnemon พบเฉพาะบริเวณสวนยางในป่าพรุ พรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส G. montanum พบเฉพาะบริเวณป่าสันทราย บ้านเทียรยา ตำบลตาแกะ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ในขณะที่ G. macrostachyum และ G. tenuifolium พบได้ทั่วไปตั้งแต่ป่าสันทราย ป่าพรุ สวนยาง ภูเขา น้ำตก และป่าต้นน้ำ นอกจากนั้นพบว่า G. gnemon var. tenerum เป็นพันธุ์ที่พบได้ทั่วไปและนิยมปลูกเพื่อใช้บริโภค
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ก่องกานดา ชยามฤต และ วรดลต์ แจ่มจำรูญ. (2559). คู่มือจำแนกพรรณไม้. สำนักงานหอพรรณไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช. กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช. กรุงเทพฯ: สิทธิโชค พริ้นติ้ง. หน้า 95-97.
กูล จุลแก้ว. (2539). ผักเหมียง : ราชินีแห่งผักพื้นบ้านภาคใต้. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์พิมพ์ดี.
เต็ม สมิตินันทน์. (2544). ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (ชื่อพฤกษศาสตร์ – ชื่อพื้นเมือง). กรุงเทพฯ: หจก.ฟันนี่ พับบลิชชิ่ง. หน้า 259.
ปฐมา จันทรพล, ศรายุทธ ตันเถียร และ อรทัย เนียมสุวรรณ. (2557). ความหลากหลายของพืชสมุนไพรสำหรับรักษาอาการไข้ จากอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา จังหวัดกระบี่. วารสารวิทยาศาสตร์ มข. 42(2): 313-326.
ราชกิจจานุเบกษา 2552. (2552). ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง “พืชอนุรักษ์ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช”.
สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6. (2554). โครงการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง. กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช. หน้า 7-9.
หทัยรัตน์ อุเส. (2559). การศกึษาพฤกษศาสตร์พื้นบ้านในเขาคอหงส์ จังหวัดสงขลา. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. สงขลา: 242 หน้า.
อรทัย เนียมสุวรรณ, ศรายุทธ ตันเถียร และ สุวรรณดี เพ็ชรบุญ. (2557). การสำรวจพืชสมุนไพรที่ใช้บำรุงกำลัง จากอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา จังหวัดกระบี่. วารสารไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ 9(1): 26-33.
อุบลวรรณ อุโพธิ์. (2540). การศกึษาทางสัณฐานวิทยาและกายวิภาคของผักเหมียง. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปีงบประมาณ 2539, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒภาคใต้. หน้า 12-28.
Laongpol, C., Suzuki, K. and Sridith, K. (2005). Floristic composition of the terrestrial coastal vegetation in Narathiwat, Peninsular Thailand. Thai Forest Bulletin (Botany) 33: 44–70.
Maxwell, J. F. (1980). Vegetation of Khao Khieo game sanctuary Chonburi province, Thailand. Natural History Bulletin of the Siam Society 28: 9-24.
Phengklai, C. (1973). Studies in Flora of Thailand: Gnetaceae. Thai Forest Bulletin (Botany) 7: 21-38.
Santisuk, T., Chayamarit, K., Pooma, R. and Suddee, S. (2006). Thailand Red Data : Plants. Office of Natura Resources and Environmental Policy and Planning, Bangkok, Thailand. pp. 50-51.
Sridith, K. (2002). The remnants of vegetation on coastal sandbars in Songkhla Province, Peninsular Thailand. Thai Forest Bulletin (Botany) 30: 49–58.
Steenis, C. G. G. J. van. and Steenis-Kruseman, M. J. van. (1960-1972). Flora Malesiana. Series I, Spermatophyta. Groningen, The Netherlands: Wolters-Noordhoff Publishing. pp. 336-347.