การประยุกต์ใช้น้ำอิเล็กโทรไลต์แบบกรดเพื่อฆ่าเชื้อโรค ในกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำประปา

Main Article Content

ศิริอุมา เจาะจิตต์
วาริท เจาะจิตต์
ปนัดดา พิบูลย์
ภาณุพงศ์ เลี่ยมสว่าง
อรุณลักษณ์ กาญจนพิทักษ์

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการประยุกต์ใช้น้ำอิเล็กโทรไลต์แบบกรดในฆ่าเชื้อโรคของกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำประปา เปรียบเทียบประสิทธิภาพกับการฆ่าเชื้อโรคของคลอรีนในรูปของแคลเซียมไฮโปคลอไรท์ และศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการฆ่าเชื้อโรคของน้ำอิเล็กโทรไลต์และแคลเซียมไฮโปคลอไรท์ได้แก่ความเข้มข้นของสารฆ่าเชื้อ ระยะเวลาในการสัมผัส และค่า pH เพื่อหาความเหมาะสมในการฆ่าเชื้อด้วยน้ำอิเล็กโทรไลต์และคลอรีน เพื่อการประยุกต์ใช้สำหรับระบบการฆ่าเชื้อโรคในระบบการผลิตน้ำประปาของชุมชน ผลการศึกษาพบว่าสภาวะที่เหมาะสมของน้ำอิเล็กโทรไลต์แบบกรด ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคได้ทั้งหมด 100% จะมีความเข้มข้นอยู่ที่ 2.5 ppm ที่ระยะเวลาการสัมผัส 10 นาทีและมีค่า pH ที่เหมาะสมของการปรับปรุงคุณภาพน้ำอยู่ที่ 7 ในขณะที่สภาวะที่เหมาะสมของการใช้แคลเซียมไฮโปคลอไรท์ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคได้ทั้งหมด 100% จะมีความเข้มข้นอยู่ที่ 5 ppm มีระยะเวลาสัมผัส 30 นาทีที่ค่า pH ที่เหมาะสมในการปรับปรุงคุณภาพน้ำเท่ากับ 7 โดยพบว่าน้ำอิเล็กโทรไลต์หลังจากการฆ่าเชื้อโรค จะมีการสลายตัวของคลอรีนอิสระทั้งหมด จึงทำให้ไม่มีคลอรีนอิสระคงเหลือที่จะทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ในน้ำ เกิดเป็นสารไตรฮาโลมีเทนอีก แต่แคลเซียมไฮโปคลอไรท์หลังจากทำปฏิกิริยาฆ่าเชื้อโรค จะยังคงมีคลอรีนอิสระคงเหลืออยู่ ซึ่งคลอรีนอิสระคงเหลือมีความจำเป็นต่อกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำประปาในขั้นตอนการจ่ายน้ำสู่ครัวเรือน เนื่องจากต้องใช้ในการฆ่าเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนในเส้นท่อขณะทำการจ่ายน้ำสู่ครัวเรือน แต่การใช้น้ำอิเล็กโทรไลต์แบบกรด เหมาะสำหรับการฆ่าเชื้อโรคในกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำขนาดเล็ก หรือในการผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดมากกว่าการฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เจาะจิตต์ ศ. ., เจาะจิตต์ ว., พิบูลย์ ป. ., เลี่ยมสว่าง ภ. ., & กาญจนพิทักษ์ อ. . (2019). การประยุกต์ใช้น้ำอิเล็กโทรไลต์แบบกรดเพื่อฆ่าเชื้อโรค ในกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำประปา. วารสารวิทยาศาสตร์ มข., 47(3), 520–528. สืบค้น จาก https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/KKUSciJ/article/view/250033
ประเภทบทความ
บทความวิจัย