การสกัดแอนโธไซยานินจากลูกหว้า (Syzygium cumini Skeels) โดยใช้สนามไฟฟ้าแบบพัลส์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การสกัดแอนโธไซยานินจากลูกหว้า หรือ Black plum (Syzygium cumini Skeels) ด้วยสนามไฟฟ้าแบบพัลส์ใช้อิเล็กโทรดแชมเบอร์แบบกลุ่มวางขนานกันยึดติดกับฉนวนที่ทําจากโพลิเอไมด์ ประกอบด้วยวงจรกําเนิดพัลส์แรงดันไฟฟ้าแรงสูง แปรค่าแรงดันไฟฟ้า 5, 10, 20 และ 30 กิโลโวลต์ (คิดเป็นความเข้มสนามไฟฟ้า 0.7, 1.3, 2.7 และ 4.0 กิโลโวลต์ต่อเซนติเมตร ตามลําดับ) และความถี่ 10, 20 และ 30 กิโลเฮิร์ตซ์ ควบคุมอุณหภูมิ ระยะห่างระหว่างอิเล็กโทรดทั้งสองและกําลังไฟฟ้าให้คงที่ การสกัดใช้น้ำเป็นตัวทําละลายเนื่องจากเป็นตัวทําละลายในการผลิตน้ำลูกหว้า ผลการศึกษา พบว่าเมื่อเพิ่มแรงดันไฟฟ้าและความถี่ ปริมาณแอนโธไซยานินในรูป cyanidin-3-glucoside ที่สกัดได้เพิ่มขึ้นและลดเวลาในการสกัดลงได้ 2 เท่า เมื่อเทียบกับการสกัดแบบดั้งเดิม (p<0.05) สภาวะที่ให้ปริมาณแอนโธไซยานินมากสุด คือ แรงดันไฟฟ้า 30 กิโลโวลต์ ความเข้มสนามไฟฟ้า 4.0 กิโลโวลต์ต่อเซนติเมตร ความถี่ 30 กิโลเฮิร์ตซ์ ใช้เวลาสกัด 60 นาที ที่สภาวะนี้ให้ปริมาณแอนโธไซยานิน 1.14±0.020 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักสด สูงกว่าการสกัดแบบดั้งเดิมร้อยละ 32.56 และมีค่า electrical conductivity disintegration index (Z) สูงสุด เท่ากับ 0.84±0.021 เมื่อนําสภาวะที่ได้ไปทําการสกัดตัวอย่างลูกหว้าทั้งผลและตัวอย่างเปลือกลูกหว้า พบว่า ลูกหว้าทั้งผลมีปริมาณแอนโธไซยานินในรูปของ cyanidin-3-glucoside, malvidin-3-glucoside และ pelargonidin-3-glucoside ปริมาณสารประกอบฟีนอลิครวม และฤทธิ์ยับยั้งอนุมูลอิสระดีพีพีเอชสูงกว่าในเปลือกอย่างมีนัยสําคัญ (p<0.05) จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การใช้สนามไฟฟ้าแบบพัลส์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดแอนโธไซยานินในลูกหว้าได้ ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในการนําไปพัฒนาวิธีการผลิตน้ำลูกหว้าได้ในอนาคต
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.