อิทธิพลของวัชพืชต่อการรอดชีวิตและการเติบโตของต้นกล้าพรรณไม้ท้องถิ่น ในระหว่างการฟื้นฟูป่าในภาคเหนือของประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
วัชพืชมักเป็นอุปสรรคต่อโครงการฟื้นฟูป่า โดยลดการตั้งตัวของต้นกล้าที่ปลูกในพื้นที่ การศึกษานี้เปรียบเทียบการอยู่รอดการเติบโตและสุขภาพของต้นกล้าไม้ท้องถิ่นในที่ที่มีและไม่มีวัชพืชที่ระยะเวลา 1.5-2 ปี หลังการปลูกต้นกล้าเพื่อฟื้นฟูป่าดิบเขา (1,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) จากที่ดินการเกษตรที่ถูกทิ้งร้างในจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ถูกปกคลุมด้วยหญ้ากินนี (Panicum maximum Jacq. ) เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นอัตราการเจริญเติบโตสัมพัทธ์ด้านคอราก (RGR-RCD) ของต้นกล้าไม้ท้องถิ่น 4 ชนิด เป้าหมายถูกเปรียบเทียบระหว่างแปลงที่ไม่มีการกําจัดวัชพืช และแปลงที่มีการกําจัดวัชพืช ไม้ท้องถิ่น 4 ชนิด คือ เสี้ยวดอกขาว (Bauhinia variegate L.) เติม (Bischofia javanica Blume) หมอนหิน (Hovenia dulcis Thunb) และนางพญาเสือโคร่ง (Prunus cerasoides Buch .- Ham .ex D.Don) แปลงวงกลมรัศมี 5 เมตร (พื้นที่ 78.5 ตารางเมตร) จํานวน 10 แปลงถูกจัดตั้งขึ้นแบบสุ่มในพื้นที่ศึกษา โดยใน 5 แปลง วัชพืชถูกกำจัดด้วยการตัดทุกสองเดือนและอีก 5 แปลงไม่มีการกําจัดวัชพืช เก็บข้อมูลจํานวนต้นกล้าในแปลงก่อนการทดลองและที่ประมาณ 6 เดือนหลังจากเริ่มต้นการทดลอง วัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางคอราก (RCD) ของต้นกล้าที่รอดตายทั้งหมดและให้คะแนนสุขภาพต้นกล้า ในช่วงระยะเวลาการศึกษา ไม่พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญของการอยู่รอด สุขภาพและ RGR-RCD ของต้นกล้าระหว่างแปลงไม้กําจัดและกําจัดวัชพืช การศึกษาพบว่าต้นกล้าขนาดใหญ่รอดชีวิตได้ดีกว่า ต้นกล้าขนาดเล็ก ต้นกล้าที่มีชีวิตรอดแล้วหลังปลูก 1.5 ปี (สิ้นสุดฤดูฝนที่สองหลังจากปลูก) แข็งแรง และเติบโตพอที่จะทนต่อการแข่งขันจากวัชพืชรอบๆ สําหรับไม้ท้องถิ่นทั้ง 4 ชนิด RGR-RCD เรียงตามลําดับจากมากไปน้อย คือ 83.1% ต่อปีในนางพญาเสือโคร่ง (P. cerasoides) 40.4% ต่อปีในหมอนหิน (H. dulcis) 25.3% ต่อปีในเสี้ยวดอกขาว (B. variegata) และ 15.5% ต่อปีในเติม (B. javanica)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.