วัตถุที่สามและการวิวัฒนาการของระบบดาวคู่เอฟแซด โอไรโอนิส
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการศึกษาลักษณะทางกายภาพ และการวิวัฒนาการของระบบดาวคู่เอฟแซด โอไรโอนิส โดยลักษณะทางกายภาพประการหนึ่งที่มุ่งสนใจศึกษา นั่นคือ การปรากฏของวัตถุที่สามภายในระบบดาว คณะผู้วิจัยได้ดําเนินการสังเกตการณ์ หอดูดาวสิริธร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหอดูดาวภูมิภาคเฉลิม
พระเกียรติ7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดนครราชสีมา สังกัดสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) โดยใช้กล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 เมตร บันทึกข้อมูลด้วยระบบซีซีดีโฟโตเมทรี ผ่านแผ่นกรองแสงความยาวคลื่นสีน้ำเงิน สีเหลือง และสีแดง แบบมาตรฐาน ผลปรากฏว่า ระบบดาวคู่เอฟแซด โอไรโอนิส เป็นระบบดาวคู่แบบแตะกัน ตามแบบจำลองของโรช มีการเปลี่ยนคาบวงโคจรลดลง 4.8416×10-19 วินาทีต่อปีมีคาบวงโคจร 0.39998 วัน จากการวิเคราะห์แผนภาพ (O–C)2 พบว่าการเปลี่ยนคาบวงโคจรปรากฏลักษณะเป็นคาบซ่อนอยู่ ซึ่งอธิบายได้ด้วยการมีอยู่ของวัตถุที่สาม และจากการวิเคราะห์ด้วยเทคนิควิลสัน-เดวินนีเพื่อวิเคราะห์หาค่าพารามิเตอร์ของระบบดาวคู่ พบว่า ผลการวิเคราะห์แบบจำลองชุดที่หนึ่งเป็นระบบดาวคู่แบบแตะกันที่มีอัตราส่วนมวล (q) เท่ากับ 0.14 และมีค่ามุมเอียงของระนาบวงโคจร (i) เท่ากับ 68.24±0.359 องศาชุดที่สองแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะมีวัตถุที่สามในระบบ จากผลการคํานวณค่าแสงของวัตถุที่สาม พบว่ามีค่าน้อยมาก โดยค่า L3b, L3v, L3R มีค่า -0.0473, -0.0362, -0.0427 ตามลำดับ ดังนั้นเมื่อนำค่า
แสงของวัตถุที่สามในระบบดาวคู่เอฟแซด โอไรโอนิส มาคํานวณร่วมกับค่าแสงของดาวดวงที่ 1 และดวงที่ 2 จึงไม่มีผลทำให้กราฟแสงของระบบดาวคู่เอฟแซด โอไรโอนิส มีการเปลี่ยนแปลง แสดงว่าวัตถุที่สามในระบบดาวคู่เอฟแซด โอไรโอนิส อาจเป็นวัตถุที่มีมวลน้อยมากหรือมีกําลังส่องสว่างน้อยมาก ซึ่งอาจเป็นประเด็นในการวิจัยต่อไปถึงความเป็นไปได้ของการมีดาวเคราะห์ในระบบดาวคู่ดังกล่าว
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.