ความแตกต่างของร่องรอยที่เกิดจากลูกกระสุนปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .38 สเปเชียล (LRN) และลูกกระสุนปืนออโตเมติก ขนาด 9 มิลลิเมตร ลูเกอร์ (LRN) เมื่อเข้าปะทะบนแผ่นโลหะ

Main Article Content

อัจฉราพร พาเก่าน้อย
จิรวัชร ธนูรัตน์
พิพิธชัย สร้อยชมภูพงศ์
คมศร ลมไธสง

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและจัดท าฐานข้อมูลความแตกต่างของร่องรอยบนแผ่นโลหะตัวถังรถยนต์ ที่เกิดจากการปะทะของลูกกระสุนปืนแบบตะกั่ว (lead-round nose: LRN) ที่ยิงจากอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ ขนาด .38 สเปเชียล และอาวุธปืนพกออโตเมติก ขนาด 9 มิลลิเมตร ลูเกอร์ ที่ระยะยิงและมุมยิงต่างกัน ซึ่งจะนำไปใช้ประโยชน์ในขั้นตอนการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์สำหรับการก่อเหตุยิงรถยนต์ โดยแผ่นโลหะรถยนต์ที่ใช้ในการทดลองเป็นตัวถังรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ขนาด 30 × 30 × 0.1 เซนติเมตร อาวุธปืนที่ใช้เป็นอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ ขนาด .38 สเปเชียล ยี่ห้อ Smith & Wesson Model 15-4 ที่ใช้กับกระสุนปืนหัวตะกั่วล้วนแบบราวด์โนส (LRN) ขนาด .38 สเปเชียล ยี่ห้อ Winchester และอาวุธปืนพกออโตเมติก ขนาด 9 มิลลิเมตร ลูเกอร์ ยี่ห้อ Browning Hi-Power ที่ใช้กับกระสุนปืนแบบตะกั่วล้วนแบบราวด์โนส (LRN) ขนาด 9 มิลลิเมตร ยี่ห้อ Royal Ammunition Industrial แบ่งระยะยิงออกเป็น 3 ระยะ และแบ่งมุมยิงออกเป็น 4 มุม บันทึกภาพร่องรอยที่ ปรากฏบนแผ่นโลหะด้วยกล้องดิจิตอล และเก็บข้อมูลความกว้าง ความยาว และความลึกด้วยเครื่องวัดดิจิตอลเวอร์เนียร์ แคลิเปอร์ วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติและบันทึกภาพรอยประทับของร่องเกลียวสันเกลียวบนแผ่นโลหะด้วยกล้องจุลทรรศน์สเตอริโอ ผลการวิจัยพบว่า ขนาดของร่องรอยบนแผ่นโลหะที่เกิดจากลูกกระสุนปืนรีวอลเวอร์ขนาด .38 สเปเชียล มีขนาดใหญ่กว่าร่องรอยของลูกกระสุนปืนออโตเมติก ขนาด 9 มิลลิเมตร ลูเกอร์ ที่มุมยิงต่างกันขนาดร่องรอยที่ปรากฏบนแผ่นโลหะแตกต่างกัน แต่ที่ระยะยิงต่างกันขนาดร่องรอยที่ปรากฏบนแผ่นโลหะไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ที่มุม 30 องศา สามารถวัดขนาดของร่องเกลียวสันเกลียวได้และสามารถนำไปคำนวณหาจำนวนร่องเกลียวสันเกลียวของอาวุธปืนที่ใช้ยิงได้ 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พาเก่าน้อย อ. ., ธนูรัตน์ จ. ., สร้อยชมภูพงศ์ พ. ., & ลมไธสง ค. . (2013). ความแตกต่างของร่องรอยที่เกิดจากลูกกระสุนปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .38 สเปเชียล (LRN) และลูกกระสุนปืนออโตเมติก ขนาด 9 มิลลิเมตร ลูเกอร์ (LRN) เมื่อเข้าปะทะบนแผ่นโลหะ. วารสารวิทยาศาสตร์ มข., 41(3), 770–780. สืบค้น จาก https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/KKUSciJ/article/view/249177
ประเภทบทความ
บทความวิจัย