การใช้ประโยชน์จากกากตะกอนน้ำเสียเพื่อปรับปรุงดิน สำหรับปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มุ่งที่จะศึกษาการใช้ประโยชน์จากกากตะกอนน้ำเสียเพื่อปรับปรุงดินสำหรับปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105 ทำการทดลองโดยใช้กากตะกอนน้้าเสียผสมกับดิน ตามอัตราส่วนกากตะกอนน้ำเสีย 0 12 24 36 และ 48 kg/m2 ดินที่ใช้มาจากแปลงนา 2 แห่ง คือ แปลงนาในจังหวัดสมุทรปราการ และแปลงนาในจังหวัดสุพรรณบุรี พันธุ์ข้าวที่ใช้ในการปลูก คือ ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ระยะเวลาการเก็บเกี่ยวประมาณ 97 วัน นับจากวันเพาะกล้า ปัจจัยที่ทำการศึกษา คือ คุณสมบัติทางเคมีของกากตะกอนน้ำเสีย และดิน (ดินสมุทรปราการ และดินสุพรรณบุรี) ทั้งก่อนและหลังการปลูกข้าว หลังการเก็บเกี่ยวทำการศึกษาปริมาณโลหะหนักในเมล็ด และลำต้น ความสูงของลำต้น น้ำหนักเมล็ด และผลผลิต ผลการศึกษาพบว่าเมื่อใส่กากตะกอนน้ำเสียทำให้ดินสมุทรปราการ และดินสุพรรณบุรี ในทุกชุดการทดลองมีคุณสมบัติทางเคมี คือ ค่าพีเอช ค่าการนำไฟฟ้า ความชื้น อินทรียวัตถุ ไนโตรเจนทั้งหมด ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ต่อพืช โพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อพืช และโลหะหนัก (Fe Zn Cu และ Mn) เพิ่มขึ้น แต่หลังการปลูกข้าว ดินในทุกชุดการทดลองมีคุณสมบัติทางเคมีดังกล่าวลดลง ความเข้มข้นของโลหะหนักทั้งหมดในเมล็ด และลำต้นของข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ปลูกในดินทั้ง 2 แห่ง มีค่าความเข้มข้นอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ยกเว้น Fe ในส่วนของต้นข้าวที่มีความเข้มข้นเกินมาตรฐาน เมื่อใส่กากตะกอนน้ำเสียลงในดินทำให้ข้าวมีความสูง ผลผลิต และน้ำหนักเมล็ดเพิ่มขึ้นข้าวที่ปลูกในดินสุพรรณบุรีมีความสูงมากที่สุด เมื่อใส่กากตะกอนน้ำเสีย 36 kg/m2 ข้าวที่ปลูกในดินสมุทรปราการมีน้ำหนักเมล็ด และผลผลิตมากที่สุด เมื่อใส่กากตะกอนน้ำเสีย 36 kg/m2 และ 12 kg/m2 ตามลำดับ ส่วนข้าวที่ปลูกในดินสุพรรณบุรีมีน้ำหนักเมล็ด และผลผลิตมากที่สุดเมื่อใส่กากตะกอนน้ำเสีย 48 kg/m2
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.