การพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรด้านการอนุรักษ์พลังงานอาคารควบคุมประเภทโรงพยาบาล ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
摘要
การวิจัยเรื่อง การพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรด้านการอนุรักษ์พลังงานอาคารควบคุมประเภทโรงพยาบาล ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา พัฒนา และประเมินผลการพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรด้านการอนุรักษ์พลังงาน การวิจัยนี้เป็นรูปแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) เน้นการวิจัยเชิงปฏิบัติการเชิงคุณภาพ (Qualitative Action Research) ประชากรและกลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้บริหารโรงพยาบาลระดับสูง ผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์พลังงาน ผู้รับผิดชอบด้านการอนุรักษ์พลังงานที่มีผลการปฏิบัติงานด้านอนุรักษ์พลังงานอย่างสำเร็จผล บุคลากรด้านการอนุรักษ์พลังงานด้านการอนุรักษ์พลังงาน จำนวน 95 ท่าน ฝึกอบรมบุคลากรด้านการอนุรักษ์พลังงานอาคารควบคุม ประเภทโรงพยาบาล จำนวน 15 ท่าน ผลการวิจัยพบว่า สมรรถนะของบุคลากรด้านอนุรักษ์พลังงานอาคารควบคุมประเภทโรงพยาบาลประกอบด้วย 1 ความมุ่งหมายหลัก (Key Purpose) 4 บทบาทหลัก (Key Roles) 10 หน้าที่หลัก (Key Functions) 37 หน่วยสมรรถนะ (Units of Competence) และ 103 สมรรถนะย่อย (Elements of Competence) โดยบุคลากรด้านการอนุรักษ์พลังงานอาคารควบคุม มีความต้องการพัฒนาเร่งด่วน สมรรถนะบำรุงรักษาระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน [A13] ผลการพัฒนาสมรรถนะบำรุงรักษาระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน ด้วยการฝึกอบรม พบว่ามีสมรรถนะเพิ่มขึ้น 3 ด้าน คือ 1) ผลสัมฤทธิ์ด้านความรู้ คะแนนก่อนฝึกอบรมเฉลี่ยเท่ากับ 13.87 คะแนน และหลังฝึกอบรมเฉลี่ยเท่ากับ 18.27 คะแนน 2) ผลสัมฤทธิ์ด้านทักษะการปฏิบัติงาน ค่าระดับการประเมินก่อนฝึกอบรมเฉลี่ยเท่ากับ 2.99 และหลังฝึกอบรมเฉลี่ย เท่ากับ 3.33 (จาก 5 ระดับ) 3) ผลสัมฤทธิ์ด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล ค่าระดับการประเมินเฉลี่ยก่อนฝึกอบรมเท่ากับ 3.07 และหลังฝึกอบรมเฉลี่ยเท่ากับ 3.72 ผลการใช้พลังงานหลังจากการบำรุงรักษาระบบปรับอากาศแบบแยกส่วนพบว่า อัตราการใช้กระแสไฟฟ้าเฉลี่ยลดลงร้อยละ 7.07 ผู้รับบริการจากบุคลากรด้านการอนุรักษ์พลังงานอาคารควบคุมประเภทโรงพยาบาล หลังฝึกอบรม มีความพึงพอใจต่อการได้รับบริการที่พัฒนาขึ้นในระดับ มาก การพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงานของบุคลากร ตามกระบวนการดังกล่าวข้างต้น มีความเหมาะสม สามารถนำไปปฏิบัติจริงได้ ผลการวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ เพื่อการพัฒนาการอนุรักษ์พลังงานในธุรกิจอุตสาหกรรม และทรัพยากรมนุษย์ สืบต่อไป
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
The manuscript, information, content, picture and so forth which were published on Frontiers in engineering innovation research has been a copyright of this journal only. There is not allow anyone or any organize to duplicate all content or some document for unethical publication.
参考
พัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังาน, กรมกระทวงพลังงาน แนวทางการปฏิบัติดามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535. กรุงเทพมหานคร : สำนักกำกับและอนุรักษ์พลังงาน, 2552.
พัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน, กรมกระทรวงพลังงาน การจัดการพลังงาน[ออนไลน์] [สืบค้นวันที่ 5 ธันวาคม 2553] จาก http://www.dede.go.th.
พัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน, กรมกระทรวงพลังงาน โครงการศึกษาเกณฑ์การใช้พลังงานในอุตสาหกรรมและอาคารต่าง 1 (SEC) อาการควบคุมประเภทโรงพยาบาล [ออนไลน์] [สืบค้นวันที่ 5 ชันวาคม 2553] จาก http://.www.dede.go.th.
Rylatt A. and Lohan K. Creating Training miracles. Sydney : Prentice Hall, 1995.
สุกัญญา รัศมีธรรมโชติ. แนวทางการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ด้วย Competency based learning,กรุงเทพมหานคร : สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ 2549.
จะเด็ด เปาโสภา และมนตรี พรหมเพ็ชร. "การพัฒนามาตรฐานสมรรถนะ (Developing of Standards of Competence) เล่มที่ 1.กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, 2548.
อรวรรณ เมฆวิชัยและคณะ. "การพัฒนาสมรรถนะของพยาบาลโรงพยาบาลมหานครราชสีมา :การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม"วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนเเก่น, 2548.
คมสัน กุศล. บทบทหน้ที่ความรู้ทักษะและเจตคติของผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน ตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน. 2535 วิทยานิพนธ์ครุศาสตร อุตสาหกรรมมหาบัณฑิตคณะกรุศาสตร์ อุตสาหกรรม บัณฑิตวิทยาลัยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้ำพระนครเหนือ,2544
พัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน, กรมกระทรวงพลังงาน คู่มืออบรมพัฒนาบุคลากรด้านการอนุรักษ์พลังงานในอาการประเภทโรงพยาบาล. กรุงเทพมหานคร : สำนักพัฒนาทรัพยากรบุคคลค้นพลังงาน, ม.ป.ท.
McClelland, C. David. Testing for Competence rather than for Intelligence.New Jersey : American Psychologist, 1973.
Walter Diane. "Competency-based On-the-job Training for Aviation Maintenance and Inspection a human factors approach."International Journal of Industrial Ergonomics. (2000) : 249-259