วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/scudru <p><strong>วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี </strong><br /><strong>Udon Thani Rajabhat University Journal of Science and Technology </strong><br /><br /> มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่บทความวิจัยและบทความวิชาการของคณาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการและนักศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีวารสารรับการตีพิมพ์เผยแพร่บทความ ในกลุ่มวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา และคณิตศาสตร์ กลุ่มวิทยาศาสตร์ประยุกต์ สาขาวิทยาศาสตร์ สุขภาพ วิทยาศาสตร์การกีฬา วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม วัสดุศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ กลุ่มเกษตรศาสตร์ สาขาพืชศาสตร์ เศรษฐศาสตร์เกษตร ประมง และสัตวศาสตร์ และกลุ่มวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล, พลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์</p> <p><strong>กำหนดจัดพิมพ์ออกเผยแพร่ ปีละ 3 ฉบับ (ราน 4 เดือน)</strong><br /> ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน) <br /> ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม) <br /> ฉบับที่ 3 (กันยายน – ธันวาคม)</p> th-TH scjournal@udru.ac.th (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยวดี ยาบุษดี) scjournal@udru.ac.th (นายรุ่งโรจน์ มีแก้ว) Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การศึกษาอัตราส่วนของวัสดุในท้องถิ่นที่เหมาะสมในการขึ้นรูปกระถาง https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/scudru/article/view/261903 <p>การศึกษาอัตราส่วนของวัสดุในท้องถิ่นที่เหมาะสมในการขึ้นรูปกระถางโดยใช้ใยมะพร้าวผสมกับขุยมะพร้าวและจอกมาใช้เป็นวัสดุในการทดลอง โดยทำการศึกษา 11 ชุดการทดลอง มีอัตราส่วนที่ 0:100, 10:90, 20:80, 30:70, 40:60, 50:50, 60:40ม 70:30, 80:20, 90:10 และ 100:0 นำมาขึ้นรูปโดยการอัดลงในแม่พิมพ์กระถางซึ่งมีการเลือกใช้ขนาดกระถาง 2 ขนาด และใช้กาวแป้งเปียกเป็นตัวประสานทุกชุดการทดลอง โดยมีการศึกษาคุณสมบัติบางประการของกระถาง ได้แก่ ลักษณะการขึ้นรูปของกระถาง ค่าการดูดซับน้ำ และการเสื่อมสภาพของกระถาง ผลการศึกษา พบว่า อัตราส่วนของวัสดุในท้องถิ่นที่เหมาะสม พบว่า เมื่อพิจารณาลักษณะการขึ้นรูปของกระถาง ชุดการทดลองที่ 11 อัตราส่วน 100 : 0 (ใยมะพร้าวผสม ขุยมะพร้าวล้วน) มีผิวสัมผัสเรียบเนียน ก้นและขอบของกระถางบิดเบี้ยวเล็กน้อย และมีสีน้ำตาลเข้ม เมื่อพิจารณาด้านการดูดซับน้ำของกระถาง พบว่า ชุดการทดลองที่มีส่วนผสมของใยมะพร้าวและขุยมะพร้าวล้วนมากกว่าจะมีแนวโน้มค่าการดูดซับน้ำมากกว่าชุดการทดลองที่เหลือ ชุดการทดลองที่ 11 มีการเสื่อมสภาพของกระถางช้าที่สุด และถ้าพิจารณาโดยรวม อัตราส่วนของวัสดุในท้องถิ่นที่เหมาะสมในการขึ้นรูปกระถางคือ ชุดการทดลองที่ 11 เพราะมีความสามารถในการขึ้นรูปได้ง่าย และมีการเสื่อมสภาพของกระถางช้าที่สุด</p> จินดามณี คำมี, รัตน์สุดา แสงสุข, นันทพร สุทธิประภา ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/scudru/article/view/261903 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาเครื่องเขย่าเกลี่ยแม่พิมพ์ในงานหล่อเซรามิกสำหรับวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยวจังหวัดตราด https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/scudru/article/view/263847 <p>งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาเครื่องเขย่าเกลี่ยแม่พิมพ์สำหรับกระบวนการหล่อเซรามิกเชิงชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชิ้นงานและลดฟองอากาศที่ตกค้างในแม่พิมพ์ ผู้วิจัยออกแบบและสร้างเครื่องต้นแบบโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงที่มีตุ้มน้ำหนักเยื้องศูนย์เพื่อสร้างแรงสั่น จากนั้นทดสอบสมรรถนะเชิงกลโดยวัดค่าความเร่ง (Ap) ความเร็วการสั่น (Vrms) และระยะการกระจัดแบบพีกทูพีก (Dp-p) ในการเขย่า 7 ระดับ พร้อมเปรียบเทียบผลการหล่อชิ้นงานระหว่างการใช้และไม่ใช้เครื่องเขย่า ผลการวัดชี้ว่าระดับการเขย่าช่วงกลางที่ระดับ 3 ให้ค่ามากสุดเมื่อเทียบทุกระดับการทดสอบคือ A<sub>p</sub> = 38.25 m/s², V<sub>rms</sub> = 60.58 mm/s และ D<sub>p-p</sub> = 0.789 mm ทั้งนี้การตรวจชิ้นงานพบว่ากลุ่มที่ผ่านเครื่องเขย่าทุกตำแหน่ง (A-F) หล่อได้สมบูรณ์ ขณะที่กลุ่มควบคุมแบบไม่ใช้เครื่องเขย่า (G) มีช่องว่างจากฟองอากาศที่สันมุม ซึ่งเนื้อปูนไม่สามารถแทนที่ได้ในระหว่างการหล่อ เมื่อวางเทียบทุกชิ้นงานยืนยันว่าการเขย่าช่วยลดจำนวน ขนาดฟองอากาศและเพิ่มความสม่ำเสมอของเนื้อวัสดุอย่างมีนัยสำคัญเชิงสังเกตการณ์ โดยสรุปเครื่องเขย่าเกลี่ยแม่พิมพ์ต้นแบบที่ตั้งค่าในช่วงระดับกลางโดยเฉพาะระดับ 3-4 เป็นสภาวะปฏิบัติการที่เหมาะสมที่สุดทั้งด้านสมรรถนะทางกลและคุณภาพผิวเนื้อภายในของชิ้นงานสำหรับบริบทการผลิตของวิสาหกิจชุมชนเป้าหมาย</p> กิตติรัตน์ รุ่งรัตนาอุบล, ธนัตถ์ เจนสัญญายุทธ, ไชยพัฒน์ ทวีทรัพย์พิทักษ์, นฤมล เลิศคำฟู, ภัทรา ศรีสุโข ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/scudru/article/view/263847 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 ผลการเสริมหอมแดงผงในอาหารต่อคุณภาพเนื้อและค่าไขมันในเลือดของไก่เนื้อ https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/scudru/article/view/264083 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการเสริมหอมแดงผง (<em>Allium ascalonicum</em>) ต่อคุณภาพเนื้อและค่าไขมันในเลือดของไก่เนื้อ โดยใช้ไก่พันธุ์อาร์เบอร์เอเคอร์ อายุ 1 วัน จำนวน 120 ตัว จัดการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ โดยแบ่งเป็น 6 กลุ่มการทดลอง ได้แก่ กลุ่มที่ 1 และ 2 คือ อาหารพื้นฐาน (ได้รับและไม่ได้รับวัคซีนนิวคาสเซิล) กลุ่มที่ 3 และ 4 คือ เสริมหอมแดงผงในระดับ 2 กรัมต่อกิโลกรัมอาหาร (ได้รับและไม่ได้รับวัคซีนนิวคาสเซิล) กลุ่มที่ 5 และ 6 คือ เสริมหอมแดงผงในระดับ 4 กรัมต่อกิโลกรัมอาหาร (ได้รับและไม่ได้รับวัคซีนนิวคาสเซิล) ระยะเวลาการเลี้ยง 42 วัน การเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อวิเคราะห์คอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ เก็บตัวอย่างเนื้ออกเพื่อตรวจวิเคราะห์ค่า pH สีเนื้อ และองค์ประกอบทางเคมีของเนื้อ ผลการวิจัยพบว่าการเสริมหอมแดงผงไม่มีผลต่อค่า pH และสีเนื้ออย่างมีนัยสำคัญ(P&gt;0.05) แต่สามารถลดปริมาณไขมันหยาบในเนื้ออก(P&lt;0.05) รวมถึงลดค่าคอเลส เตอรอลรวมและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(P&lt;0.05 โดยเฉพาะการเสริมหอมแดงผงที่ระดับ 4 กรัมต่อกิโลกรัมอาหารให้ผลดีที่สุด สรุปได้ว่าการใช้หอมแดงผงเสริมในอาหารไก่เนื้อสามารถเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการปรับปรุงคุณภาพเนื้อและสุขภาพของไก่เนื้อได้</p> เบญญาภา สุรสอน, ไพรัตน์ ศรแผลง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/scudru/article/view/264083 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาปุ๋ยอินทรีย์สำหรับการเพาะปลูกกระชายขาว https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/scudru/article/view/261974 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสูตรปุ๋ยอินทรีย์สำหรับการปลูกกระชายขาว เริ่มตั้งแต่การตรวจสอบการปนเปื้อนโลหะหนัก และสารฆ่าแมลงในตัวอย่างดิน น้ำ และต้นพันธุ์กระชายขาวก่อนการเพาะปลูก การพัฒนาปุ๋ยอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของกระชายขาว นำมาสู่การเตรียมพื้นที่และเพาะปลูกกระชายขาวโดยแบ่งเป็น 2 แปลง คือ แปลงปลูกที่ไม่มีการปรุงดินและแปลงปลูกที่มีการปรุงดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์ พร้อมเปรียบเทียบผลการเจริญเติบโตของกระชายขาว ผลการศึกษาพบว่า ตัวอย่างดิน น้ำ และต้นพันธุ์กระชายขาว ไม่พบการปนเปื้อนสารฆ่าแมลง แต่ตรวจพบการปนเปื้อนของโลหะหนักในดิน น้ำ และต้นพันธุ์กระชายขาวในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำหรับการพัฒนาปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเพิ่มปริมาณธาตุอาหารในดิน ประกอบด้วย ใบไม้แห้ง ปุ๋ยคอก (ขี้วัว) และแกลบดิบ ในอัตราส่วน 3:1:1 ผสมน้ำจุลินทรีย์ย่อยสลายเซลลูโลส (EM) แล้วนำไปปรุงดินในแปลงทดลอง เมื่อตรวจสอบปริมาณธาตุอาหารในดินพบว่าปริมาณไนโตรเจนและโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นประมาณ 2.6 เท่า สอดคล้องกับน้ำหนักของเหง้ากระชายขาวสดจากแปลงปลูกที่ผ่านการปรุงมีค่ามากกว่าแปลงปลูกที่ไม่ผ่านการปรุงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p&lt;.05) โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,161.20±33.30 และ 675.80±61.56 กรัม ตามลำดับ ลักษณะเหง้ามีสีน้ำตาลและอวบน้ำกว่า ใบมีสีเขียวเข้มกว่าอย่างชัดเจน ขณะที่กลิ่นและรสชาติเหมือนกัน</p> ชนาภา ไวยลาพี, พรพรรณ มณีวรรณ์, จักรกฤษณ์ คณารีย์, กฤษดา ศรีหมตรี, โชคชัย แซ่ว่าง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/scudru/article/view/261974 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 ศึกษาการใช้ปุ๋ยมูลไส้เดือนและมูลหนอนแมลงวันลาย (BSF) ในการปลูกข้าวอินทรีย์ https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/scudru/article/view/263328 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลของปุ๋ยอินทรีย์ชนิดต่าง ๆ ได้แก่ ปุ๋ยมูลไส้เดือนจากอาหารที่ต่างกัน และปุ๋ยมูลหนอนแมลงวันลาย (BSF frass) ที่มีต่อการเจริญเติบโตและองค์ประกอบผลผลิตของข้าวพันธุ์ กข. 43 ภายใต้สภาวะการปลูกในกระถางแบบควบคุมการทดลอง การทดลองใช้แบบสุ่มในบล็อกสมบูรณ์ (RCBD) ประกอบด้วย 5 สิ่งทดลอง 4 ซ้ำ ผลการทดลองพบว่า ข้าวที่ใส่ปุ๋ยมูลหนอน BSF มีค่าเฉลี่ยความสูงของต้น (112.12 ซม.) จำนวนต้นต่อกอ (16.25 ต้น) จำนวนรวงต่อกอ (14.00 รวง) และจำนวนเมล็ดต่อรวง (141.06 เมล็ด) อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งทดลองอื่น ๆ ด้านปริมาณคลอโรฟิลล์ของใบ ข้าวที่ใส่ปุ๋ยมูลหนอน BSF มีค่าสูงสุดที่วัดได้ในวันที่ 43 เท่ากับ 36.27 spad unit โดยไม่แตกต่างจากสูตรปุ๋ยมูลไส้เดือน ในด้านคุณภาพของผลผลิต การใส่ปุ๋ยมูลไส้เดือนที่เลี้ยงด้วยมูลวัวผสมรำในอัตราส่วน 70:30 อัตรา 2,000 กิโลกรัมต่อไร่ มีเปอร์เซ็นต์เมล็ดดีเฉลี่ย 83.59% สูงกว่าการใส่ปุ๋ยมูลหนอน BSF ส่วนน้ำหนักต่อรวงการใส่ปุ๋ยมูลหนอน BSF มีค่าค่อนข้าสูง แต่มีน้ำหนัก 100 เมล็ดค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นผลจากที่มีจำนวนเมล็ดต่อรวงสูงแต่มีเมล็ดลีบค่อนข้างสูงด้วยเช่นกัน จากผลการทดลอง ปุ๋ยอินทรีย์ทั้ง 2 ประเภทแสดงศักยภาพในการส่งเสริมการเจริญเติบโตและองค์ประกอบของผลผลิตข้าว กข. 43 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การจัดการธาตุอาหารในระยะเติมเมล็ดยังควรได้รับการพิจารณาเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านคุณภาพของผลผลิตในระบบการผลิตแบบอินทรีย์</p> ธรรมศาสตร์ จันทรัตน์, กุณฑลีรัฐ พิมพิลา, ศิวดล แจ่มจำรัส ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/scudru/article/view/263328 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การอบแห้งเนื้อแดดเดียวและปลาแดดเดียว ด้วยโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดเรือนกระจก https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/scudru/article/view/264149 <p>การอบแห้งเนื้อแดดเดียวและปลาแดดเดียว ในโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดเรือนกระจกขนาดกว้าง 3.0 เมตร ยาว 4.0 เมตรและสูง 2.15 เมตร ผนังโดยรอบเป็นแผ่นโพลีคาร์บอเนตใส เนื้อและปลามีความชื้นเริ่มต้น 45.4 %wb และ 39.1 %wb ความชื้นสุดท้าย 12.2 %wb และ 11.0 %wb ใช้เวลาในการอบแห้ง 4 ชั่วโมง ทำให้ได้อัตราอบแห้ง 12 และ 14.1 กิโลกรัม/ชั่วโมง ตามลำดับ ภายใต้ความเข้มแสงอาทิตย์เฉลี่ย 700 วัตต์/ตารางเมตร มีอุณหภูมิแวดล้อมระหว่าง 19.9 – 27.6 องศาเซลเซียส&nbsp; อุณหภูมิภายในโรงอบ 19.9 – 54.2 องศาเซลเซียส&nbsp; ความชื้นสัมพัทธ์อากาศแวดล้อม 46.5 – 51.0 % และความชื้นสัมพัทธ์อากาศภายใน 21.3 – 40.2 % อัตราการไหลเชิงมวลของอากาศ 0.1 – 0.2 กิโลกรัม/วินาที&nbsp; ลักษณะของเนื้อแดดเดียวและปลาแดดเดียว ใกล้เคียงกับเนื้อแดดเดียวและปลาแดดเดียวที่จำหน่ายในตลาด</p> ธีรภัทร์ อนุชาติ, นุวัติ พิมพะบุตร, สุรจิตร์ พระเมือง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/scudru/article/view/264149 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700