วารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/rtna วารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี Royal Thai Naval Academy th-TH วารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2985-2897 <p>เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ <br>บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของโรงเรียนนายเรือ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากโรงเรียนนายเรือก่อนเท่านั้น</p> การประยุกต์ใช้ทุ่นลอยติดตั้งระบบจีพีเอสเพื่อตรวจวัดกระแสน้ำบริเวณผิวน้ำ https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/rtna/article/view/265529 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประยุกต์ใช้ทุ่นลอยติดตั้งระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลกแบบจีพีเอส (Global Positioning System, GPS) เพื่อตรวจวัดทิศทางและความเร็วกระแสน้ำบริเวณผิวน้ำ โดยออกแบบและสร้างทุ่นลอยจากวัสดุที่สามารถจัดหาได้ทั่วไป มีต้นทุนต่ำ และเหมาะสมต่อการใช้งานภาคสนาม ทุ่นลอยที่พัฒนาขึ้นติดตั้งเครื่องรับสัญญาณจีพีเอส (GPS) และส่งข้อมูลตำแหน่งแบบต่อเนื่องผ่านแอปพลิเคชันไอก้า (AIKA) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ (Real Time) จากนั้นข้อมูลพิกัดที่ได้ในแต่ละช่วงเวลาจะถูกนำมาคำนวณความเร็วและทิศทางการเคลื่อนที่ของทุ่นลอย เพื่อใช้แสดงค่าความเร็วของกระแสน้ำบริเวณผิวน้ำ การทดลองภาคสนามดำเนินการในบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าโรงเรียนนายเรือ ผลการศึกษาพบว่าทุ่นลอยสามารถลอยตัวได้อย่างมีเสถียรภาพ และสามารถบันทึกเส้นทางการเคลื่อนที่ได้อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่ได้สามารถนำมาวิเคราะห์ภาพรวมการไหลของกระแสน้ำบริเวณผิวน้ำในพื้นที่ศึกษาได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้ทุ่นลอยติดตั้งเครื่องรับสัญญาณจีพีเอส (GPS) ว่าสามารถถูกใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการตรวจวัดกระแสน้ำบริเวณผิวน้ำ เพื่อสนับสนุนงานสมุทรศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> pichet puahengsup ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-12 2026-06-12 9 1 1 13 การศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างของลักษณะทางกายภาพรอยประทับนิ้วมือและวิธีการนับจุดลักษณะสำคัญพิเศษลายนิ้วมือ: กรณีศึกษาแผ่นลายพิมพ์นิ้วมือของบุคคลผู้ได้รับการบันทึกประวัติคดีศาลแขวงของศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/rtna/article/view/264895 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางกายภาพและรูปแบบของรอยประทับนิ้วมือ 10 นิ้วเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจำแนกชนิดของรอยลายนิ้วมือแฝงที่พบในสถานที่เกิดเหตุว่าเกิดจากการประทับนิ้วมือใด โดยเปรียบเทียบขนาดความกว้าง ความยาว และจำนวนจุดลักษณะสำคัญพิเศษของรอยประทับนิ้วแต่ละนิ้วของมือขวาและซ้ายของทั้งเพศชายและเพศหญิง รวมถึงเปรียบเทียบประสิทธิภาพวิธีการนับจุดลักษณะสำคัญพิเศษลายนิ้วมือด้วยวิธีผู้ชำนาญด้านการตรวจลายนิ้วมือนับจำนวนจุดด้วยตนเอง (วิธี Expert) และผู้ชำนาญด้านการตรวจลายนิ้วมือนับจำนวนจุดโดยใช้ระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ (Automated Fingerprints Identification System) (วิธี AFIS) ทำการวิเคราะห์ทางสถิติโดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และการทดสอบ t ของกลุ่มตัวอย่างอิสระ (Independent T-test)<strong>&nbsp; </strong>ผลจากการวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของรอยประทับนิ้วมือทั้ง 10 นิ้วพบลายนิ้วมือประเภทมัดหวายมากที่สุด นิ้วหัวแม่มือขวาและซ้ายมีความกว้างความยาวและจุดลักษณะสำคัญพิเศษมากกว่านิ้วอื่นอย่างมีนัยสำคัญ นิ้วหัวแม่มือมีค่าเฉลี่ยความกว้าง 1.95±.235 ซม. ความยาว 2.63±.249 ซม. นอกจากนี้เพศชายปรากฎรอยประทับนิ้วหัวแม่มือทั้งขวาและซ้ายที่มีขนาดใหญ่กว่าเพศหญิง ประมาณ 1.1 เท่า วิธีการนับจุดลักษณะสำคัญพิเศษลายนิ้วมือที่ต่างกัน ให้จำนวนจุดลักษณะสำคัญพิเศษไม่ต่างกันที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยนี้จะใช้เป็นฐานข้อมูลเบื้องต้นสามารถคาดเดารอยลายนิ้วมือแฝงที่เกิดจากการประทับนิ้วหัวแม่มือบนวัตถุพยานได้ในขั้นต้น เพื่อนำไปสู่การเชื่อมโยงตัวผู้กระทำความผิดโดยสืบค้นจากฐานข้อมูลกรมการปกครองได้อย่างรวดเร็วแม้ขณะปฏิบัติงานในภาคสนาม</p> กุลนาถ ชนาชินรัฐ Sutinee Girdthep ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-03 2026-07-03 9 1 14 24 พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ไทย-กัมพูชา ภายใต้ UNCLOS 1958 และ UNCLOS 1982 https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/rtna/article/view/267236 <p>จุดเริ่มต้นที่สำคัญในการหาข้อยุติเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา คือการกำหนดพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่แท้จริงและยอมรับทั้งสองฝ่าย พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลจะเกิดจากการที่แต่ละฝ่ายใช้ปัจจัยทางกายภาพอันได้แก่ เกาะและหิน เป็นจุดฐานที่แตกต่างกันในการสร้างเส้นมัธยะ ทั้ง UNCLOS 1958 และ UNCLOS 1982 กำหนดว่าหากรัฐชายฝั่งไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลระหว่างกัน รัฐชายฝั่งสามารถกำหนดอาณาเขตทางทะเลของตนได้ไม่เกินเส้นมัธยะ ถ้ารัฐชายฝั่งใช้ปัจจัยทางกายภาพเดียวกันย่อมส่งผลให้มีเส้นมัธยะที่สามารถใช้เป็นเส้นเขตแดนทางทะเลเพียงเส้นเดียวเท่านั้น แต่ในความจริงที่เป็นสาเหตุของพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลพบว่า ความเห็นต่างในการนำหรือการให้น้ำหนักทั้งหมดหรือการให้น้ำหนักบางส่วนต่อเกาะหรือหินที่ถูกนำมาใช้เป็นจุดฐานในการสร้างเส้นมัธยะต่างกัน นำมาซึ่งเส้นมัธยะที่แตกต่างกัน พื้นที่ที่อยู่ระหว่างเส้นมัธยะจึงถูกเรียกว่าพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ไทยและกัมพูชาประกาศไหล่ทวีปที่มีสถานะเป็นเส้นมัธยะบนเหตุผของแต่ละฝ่าย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชาที่แท้จริงบนพื้นฐานของเกาะและหินตามที่ได้มีการบัญญัติไว้ใน UNCLOS 1958 และ UNCLOS 1982 สามารถพิสูจน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดผลแห่งความยอมรับและบรรลุผลแห่งความเที่ยงธรรมต่อทั้งไทยและกัมพูชา</p> Capt.Samharn Dairairam ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-03 2026-07-03 9 1 25 36 การผลิตสมาร์ทบอร์ดจากเศษวัสดุต้นกล้วยโดยใช้ชันโรงเป็นสารยึดเหนียว https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/rtna/article/view/266002 <p style="font-weight: 400;">งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสมาร์ทบอร์ดจากเศษวัสดุต้นกล้วยโดยใช้ชันโรงเป็นสารยึดเหนียวทางเลือกแทนกาวสังเคราะห์ และเปรียบเทียบคุณสมบัติทางกายภาพกับสมาร์ทบอร์ดมาตรฐาน กระบวนการผลิตประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การเตรียมเส้นใยเซลลูโลสจากกาบกล้วยโดยการอบที่อุณหภูมิ 60-80°C เป็นเวลา 35 ชั่วโมง การผสมสารยึดประสานจากชันโรง น้ำมันพืช และปูนแดงในอัตราส่วน 1:2:1 และการขึ้นรูปแผ่นสมาร์ทบอร์ดขนาด 10×10 cm. ผลการทดสอบพบว่า สมาร์ทบอร์ดจากใยกล้วยมีค่าความแข็งแรงด้านแรงดึงเฉลี่ย 25.20 MPa และแรงดัด 34.27 MPa สูงกว่าสมาร์ทบอร์ดทั่วไปที่มีค่า21.79 MPa และ 11.57 MPa ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีความหนาแน่นต่ำกว่า (1,000 kg/m³ เทียบกับ 1,289 kg/m³) และค่าการนำความร้อนต่ำกว่า (0.21 เทียบกับ 0.27 W/m·K) แสดงถึงคุณสมบัติการเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดีกว่า อย่างไรก็ตาม มีการดูดซับน้ำสูงกว่า (25.47% เทียบกับ 20.23%) ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าสมาร์ทบอร์ดจากใยกล้วยมีศักยภาพในการทดแทนวัสดุก่อสร้างทั่วไป โดยเฉพาะงานที่ต้องการความแข็งแรงสูงและน้ำหนักเบา แต่ควรมีการปรับปรุงเคลือบผิวเพื่อลดการดูดซับน้ำก่อนการใช้งานจริง</p> Ornnicha Kongwut พัฒน์ศรัญย์ เลาหไพบูลย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-07-03 2026-07-03 9 1 37 45