วารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/jitubru <p>วารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่บทความวิจัย (Research Article) และบทความวิชาการ (Review Article) ของคณาจารย์ นักศึกษา และนักวิชาการทั้งภายในและภายนอกสถาบัน วารสารฯ ยินดีรับบทความที่มีขอบเขตเนื้อหาเกี่ยวข้องในศาสตร์ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์แขนงต่าง ๆ (Engineering) วิทยาการคำนวณ (Computer Science) และวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม (Environmental Science) โ<strong>ดยทุกบทความจะต้องผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มาจากหลากหลายสถาบัน ไม่น้อยกว่า 3 ท่านต่อหนึ่งบทความ โดยการประเมินเป็นในลักษณะของ Double-Blind Peer Review</strong></p> <p>วารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีเริ่มตีพิมพ์เป็นเอกสารเมื่อปี พ.ศ.2561 (ISSN 2651-1282 (Printed)) และเริ่มเผยแพร่ในรูปของวารสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Journal) อย่างเป็นทางการในฐานะ Online Open Access Journal ผ่านระบบ ThaiJo เมื่อปี พ.ศ.2561 (ISSN 2651-1290 (Online))</p> คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี (Faculty of Industrial Technology, Ubon Ratchathani Rajabhat University) th-TH วารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 2651-1282 <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารฯ ท้ังในรูปแบบของรูปเล่มและอิเล็กทรอนิกส์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ</p> การพัฒนาเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตประสานสรรพสิ่งผนวกกับแนวคิดแบบลีนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการฟาร์มผัก https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/jitubru/article/view/256169 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากระบวนการเพาะปลูกผักสวนครัวและลดความสูญเปล่าจากกระบวนการปลูกผักสวนครัวโดยประยุกต์ใช้แนวคิดแบบลีน 2) พัฒนาระบบการควบคุมการรดน้ำและให้ปุ๋ยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการฟาร์มผักด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตประสานสรรพสิ่ง และ 3) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ของระบบควบคุมการรดน้ำและให้ปุ๋ยอัตโนมัติให้กับผู้ประกอบการและผู้สนใจในชุมชน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตประสานสรรพสิ่ง แผนผังสายธารคุณค่า และแผนภูมิก้างปลา เครื่องมือที่ใช้ในเก็บรวมรวบข้อมูล ได้แก่ แบบสังเกต และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยจำนวน 3 คน คัดเลือกโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ผลการศึกษาพบว่าในขั้นตอนการปลูกผักสามารถลดช่วงเวลารอคอยในการรดน้ำได้ 140 ชั่วโมง รวมถึงการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น และจากการพัฒนาเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตประสานสรรพสิ่งสามารถควบคุมการรดน้ำและให้ปุ๋ยผ่านสมาร์ทโฟน ควบคุมการเปิด - ปิด ของปั๊มน้ำและวาล์วไฟฟ้า กำหนดวันที่และเวลาในการรดน้ำและให้ปุ๋ยผ่านแอ็ปพลิเคชันบลิ้ง ได้ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการฟาร์มผักและลดปริมาณการใช้น้ำในแต่ละเดือนได้ 25 เปอร์เซ็นต์ ลดต้นทุนค่าแรงงานเดือนละ 1,500 บาท และเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น 70 กิโลกรัม รวมถึงผักมีรสชาติที่ดีขึ้น จากการถ่ายทอดองค์ความรู้ระบบควบคุมการรดน้ำและให้ปุ๋ยอัตโนมัติทำให้ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจสามารถประยุกต์ใช้ระบบในการควบคุมการรดน้ำและใส่ปุ๋ยได้จริง งานวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบในการจัดการแปลงเกษตรสำหรับพืชชนิดอื่น ๆ ได้</p> อภิสิทธิ์ ทวีรัตน์ ภราดร เอี่ยวตระกูล ธานี จินตสุทธิศักดิ์ ใยฟ้า ตระกูลสันติ ศุภฤกษ์ กาธรรมณี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-05-09 2026-05-09 16 1 1 14 การพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์เห็ดแครงทอดกรอบด้วยเครื่องสลัดน้ำมัน แบบหมุนเหวี่ยงหนีศูนย์ https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/jitubru/article/view/256198 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและสร้างเครื่องสลัดน้ำมันแบบหมุนเหวี่ยงหนีศูนย์ และเพื่อทดสอบการสลัดน้ำมันเห็ดแครงทอดกรอบ เครื่องมีกลไกการทำงาน 4 ชุด คือ 1) ชุดโครงสร้าง ขนาด 360 × 360 × 560 มิลลิเมตร 2) ชุดถังภายนอก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 360 มิลลิเมตร ความสูง 370 มิลลิเมตร มีรูระบายน้ำมันเพื่อนำน้ำมันที่ได้จากการหมุนเหวี่ยงออกสู่ภายนอก 3) ชุดถังหมุนเหวี่ยง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 250 มิลลิเมตร ความสูง 200 มิลลิเมตร และ 4) ชุดระบบส่งกำลัง ใช้มอเตอร์บัสเลส ไฟฟ้ากระแสตรง ที่มีกำลังไฟฟ้า 500 วัตต์ และแรงดันไฟฟ้า 24 โวลต์ สามารถหมุนด้วยความเร็วรอบ 0 - 1000 รอบต่อนาที การทดสอบกำหนดเวลาในการสลัดน้ำมัน 3 ระดับ คือ 1 3 และ 5 นาที และความเร็วรอบในการหมุนเหวี่ยง 3 ระดับ คือ 100 300 และ 500 รอบต่อนาที ผลการทดสอบพบว่า ความเร็วรอบในการหมุนเหวี่ยงและเวลาในการสลัดน้ำมันเพิ่มขึ้น จะทำให้ปริมาณน้ำมันที่อยู่ในเห็ดแครงทอดกรอบมีค่าลดน้อยลง โดยที่ความเร็วรอบในการหมุนเหวี่ยง 500 รอบต่อนาที ที่เวลาในการสลัดน้ำมัน 5 นาที ได้ปริมาณน้ำมันมากที่สุด 4.4 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้เครื่องสามารถบรรจุเห็ดแครงทอดกรอบได้สูงสุด 3 กิโลกรัมต่อครั้ง ใช้เวลาในการสลัดน้ำมัน 10 นาที หรือมีกำลังผลิตสูงสุด 18 กิโลกรัมต่อชั่วโมง</p> วรพงค์ บุญช่วยแทน นันทพงษ์ พงษ์พิริยะเดชะ นุชจิเรศ แก้วสกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-05-09 2026-05-09 16 1 15 27 การลดภาระการทำความเย็นภายในห้องโดยใช้กระเบื้องคอนกรีตระบายอากาศที่ติดตั้งพัดลมเซลล์แสงอาทิตย์ https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/jitubru/article/view/260285 <p>บทความนี้นำเสนอกระเบื้องคอนกรีตระบายอากาศที่ติดตั้งพัดลมเซลล์แสงอาทิตย์เพื่อลดความร้อนสะสมภายในห้องของบ้านทดสอบและทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์หมุนเวียนอากาศในช่วงเวลากลางวัน กระเบื้องคอนกรีตระบายอากาศที่ติดตั้งพัดลมเซลล์แสงอาทิตย์ประกอบด้วยคอนกรีตแผ่นเรียบที่มีช่องระบายอากาศแบบวงกลมและพัดลมกระแสตรงขนาด 1.5 W ต่อตรงกับแผงเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 5 Wp บ้านทดสอบสองหลังถูกใช้สำหรับการทดลองนี้ บ้านหลังแรกถูกใช้สำหรับอ้างอิงและบ้านหลังที่สองติดตั้งกระเบื้องคอนกรีตระบายอากาศที่ติดตั้งพัดลมเซลล์แสงอาทิตย์ บ้านแต่ละหลังมีปริมาตรห้องทดสอบประมาณ 1.2 m3 รูปแบบหลังคาเป็นแบบเพิงแหงน มีมุมสำหรับมุงกระเบื้อง 25 องศา รูปแบบการไหลของอากาศเป็นการไหลแบบตัดขวาง ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่ากระเบื้องคอนกรีตระบายอากาศที่ติดตั้งพัดลมเซลล์แสงอาทิตย์ทำให้เกิดอัตราการระบายอากาศสูงสุดประมาณ 20 m3/h คิดเป็นอัตราการเปลี่ยนอากาศของห้องสูงสุดเกือบ 16 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง เนื่องจากประสิทธิภาพการระบายอากาศของบ้านที่ติดตั้งกระเบื้องคอนกรีตระบายอากาศที่ติดตั้งพัดลมเซลล์แสงอาทิตย์เมื่อรวมกับการหมุนเวียนของอัตราการเปลี่ยนอากาศที่แสดงในมุมมองของอุณหภูมิภายในอาคารและความชื้นสัมพัทธ์จึงดีกว่าบ้านอ้างอิงในช่วง 0.5ºC ถึง 6.1ºC และร้อยละ 0.5 ถึง 6.5 ตามลำดับ ทำให้ภาระการทำความเย็นภายในห้องลดลง 43.37% เมื่อเทียบกับบ้านอ้างอิง ด้วยเหตุนี้คุณสมบัติของอากาศชื้นของบ้านที่ติดตั้งกระเบื้องคอนกรีตระบายอากาศที่ติดตั้งพัดลมเซลล์แสงอาทิตย์จึงอยู่ในแผนภูมิความสบายในการระบายอากาศของประเทศไทย ซึ่งเข้าใกล้โซนสบายมากกว่าบ้านอ้างอิง</p> วรากร ราชธา วิทยา พวงสมบัติ จิระศักดิ์ พุกดำ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-05-09 2026-05-09 16 1 29 41 Optimizing and Analyzing the Distillation Performance of the Ethanol Distillation Unit Operation Using the Design of Experiments https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/jitubru/article/view/257951 <p>This research aimed to analyze the distillation of the ethanal distillation unit operation using the design of experiment (DOE) by a 2k full factorial method and engineering design principles with downscaled equipment to optimize production without altering structural parameters. The research result: firstly, residual plot analysis underscores the accuracy of data obtained through DOE, 2k full factorial experimental design, facilitating insightful result analysis applicable to the analysis and optimization of ethanol distillation production experiments. Secondly, at a significance level of α = 0.05, with an R-squared value of 99.90%. Optimized primary factors for target yield include a preheater temperature of 91 degrees Celsius, reboiler temperature of 95 degrees Celsius, cooling water flow rate of 200 liters per hour, and heating time of 19.4744 minutes. These operational conditions yield production exceeding 19.92 kilograms and facilitate an economical and efficient ethanol distillation process, promising significant cost savings. Manufacturers can use this study's findings and yield targets to identify optimal operating conditions.</p> Bo Liang Noppadol Amdee Adisak Sangsongfa ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-05-09 2026-05-09 16 1 43 55 การประยุกต์ใช้เทคนิควิศวกรรมคันเซสำหรับการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์กระเป๋าถือจากกระจูด https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/jitubru/article/view/257579 <p>ในยุคปัจจุบันการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ผลิตต้องให้ความสำคัญ งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์กระเป๋าถือจากกระจูดโดยประยุกต์ใช้เทคนิควิศวกรรมคันเซ และเพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์กระเป๋าถือจากกระจูดที่พัฒนารูปแบบใหม่ แบบสอบถามที่ใช้ในการสำรวจข้อมูลเป็นแบบลิเคิร์ต ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงปริมาณ โดยผลจากการวิเคราะห์เชิงปริมาณจะอยู่ในรูปของสมการพยากรณ์ซึ่งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างค่าแสดงความรู้สึกกับคุณลักษณะผลิตภัณฑ์ ซึ่งมี 4 ค่าแสดงความรู้สึกที่ตรงกับค่าเฉลี่ย คือ ทันสมัย เหมาะสมกับการใช้งาน ทนทาน ประณีต โดยนำข้อมูลที่ได้มาออกแบบและพัฒนาคุณลักษณะผลิตภัณฑ์จากกระจูดทั้งด้านรูปทรง ลวดลาย ขนาด การเปิด-ปิดของกระเป๋า ลักษณะของกระเป๋าถือ ทำให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์กระเป๋าถือจากกระจูดต้นแบบเพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการประเมินผลความพึงพอใจจากผู้ที่เกี่ยวข้อง สำหรับผลการประเมินความพึงพอใจของลูกค้าเชิงความรู้สึกพบว่า ความรู้สึกทนทาน มีผลต่อความพึงพอใจมากที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์กระเป๋าถือ โดยมีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับดีและมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.42 ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้จากการประยุกต์ใช้เทคนิควิศวกรรมคันเซสำหรับการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์กระเป๋าถือจากกระจูดจะเป็นแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหรือผู้ผลิตที่สนใจในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์อนาคตต่อไป</p> อภิชล กำเนิดว้ำ ธยา ภิรมย์ สุรสิทธิ์ ระวังวงศ์ ชัยวัฒนภัทร เลาสัตย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-05-09 2026-05-09 16 1 57 70 การออกแบบบรรจุภัณฑ์ขนมไทยใส่ใจต่อสุขอนามัย https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/jitubru/article/view/259749 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์บรรจุภัณฑ์ที่มีลักษณะสอดคล้องกับแนวคิดการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใส่ใจต่อสุขอนามัยในท้องตลาด และนำผลการวิเคราะห์มาออกแบบต้นแบบบรรจุภัณฑ์ขนมไทยใส่ใจต่อสุขอนามัยแบรนด์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มีวิธีดำเนินงาน ได้แก่ ศึกษาและวิเคราะห์บรรจุภัณฑ์ที่มีลักษณะสอดคล้องกับแนวคิดการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ใส่ใจต่อสุขอนามัยจำนวน 30 ชิ้นในท้องตลาด นำผลศึกษาและวิเคราะห์มาออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ใส่ใจต่อสุขอนามัยจำนวน 3 แบบ นำไปประเมินด้านการออกแบบกับผู้เชี่ยวชาญ แล้วนำผลการประเมินไปปรับแก้ต้นแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีเกณฑ์การประเมินมากที่สุด เมื่อปรับแก้เสร็จ นำต้นแบบที่ได้ไปประเมินระดับความพึงพอใจจากกลุ่มตัวอย่างโดยใช้แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ เพื่อทำการวิเคราะห์และสรุปผล ผลการศึกษาพบว่า การวิเคราะห์ข้อมูลจากผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดนิยมนำวัสดุพลาสติก PP(5) มาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์มีรายละเอียด ได้แก่ การปิดผนึกบรรจุภัณฑ์มีการซีลพลาสติกปิด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและการแทรกผ่านของอากาศ ความชื้น และเชื้อโรค มีตัวบ่งชี้การเปิดผนึกบรรจุภัณฑ์ที่สังเกตได้จากร่องรอยการดึงหรือการฉีกออกของพลาสติกซีลภาชนะชั้นใน โดยบรรจุภัณฑ์ต้นแบบที่ 2 ได้รับเกณฑ์การประเมินจากผู้เชี่ยวชาญในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และเกณฑ์การประเมินความพึงพอใจจากกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อต้นแบบบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับเลือกในภาพรวมอยู่ในระดับมาก</p> กชพร อุตสาหมงคล ประภาพร ร้อยพรมมา ธนวิทย์ ลายิ้ม สุรวิทย์ นันทการัตน์ นชพรรณ จั่นทอง สุวรรณา รุ่งเรือง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-05-09 2026-05-09 16 1 71 84 การพัฒนาหม้อทอดสุญญากาศสำหรับแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาดุกบิ๊กอุย https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/jitubru/article/view/255162 <p>การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาหม้อทอดสุญญากาศขนาด 5 กิโลกรัม การทดลองเพื่อพัฒนาต้นแบบหม้อทอดสุญญากาศระดับชุมชนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับปลาดุกบิ๊กอุย เนื่องจากการทอดแบบดั้งเดิมเป็นการทอดแบบพื้นบ้าน ไม่มีการกำหนดค่าอุณหภูมิหรือเวลา ใช้เพียงความเคยชิน การวิจัยได้ศึกษาปัจจัยด้านระดับอุณหภูมิและปัจจัยระยะเวลาที่ส่งผลต่อวอเตอร์แอคทิวิตีที่เหมาะสมในการทอดปลาดุกบิ๊กอุยในระบบสุญญากาศ การทดลองเป็นการออกแบบการทดลองแบบ 2 ปัจจัย คือ 1. อุณหภูมิ และ 2. ระยะเวลา การทดลอง 3 ระดับ รวมการทดลอง 9 ครั้งต่อรอบ ทดลอง 3 รอบ ผลการวิจัยพบว่า อุณหภูมิที่เหมาะสมในการทอดปลาดุกบิ๊กอุยอยู่ที่ 160 องศาเซลเซียส โดยใช้ระยะเวลาในการทอด 3 นาที ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าวอเตอร์แอคทิวิตีมีเพียงค่าเดียว คือ ระยะเวลา ซึ่งมีค่าความน่าจะเป็นเชิงนัยสำคัญทางสถิติ และได้ค่าวอเตอร์แอคทิวิตีเฉลี่ยเท่ากับ 0.44 ซึ่งไม่เกินมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน มาตรฐานเลขที่ มผช. 106/2553 และเกณฑ์มาตรฐานเลขที่ มผช. 301/2553 และค่าประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องทอดสุญญากาศเท่ากับร้อยละ 92.59 การเพิ่มมูลค่าของปลาดุกบิ๊กอุยทอดกรอบแบบสุญญากาศด้วยการคัดเลือกบรรจุภัณฑ์แบบใหม่เป็นกระป๋องแบบฝาอะลูมิเนียมปิดสนิท ส่งผลให้สามารถเพิ่มมูลค่าและตรงกับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันที่ต้องการรับประทานแบบรวดเร็วและพร้อมรับประทาน สามารถทำให้ได้กำไรเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 160 - 180 บาทต่อกิโลกรัม และจากการพัฒนาหม้อทอดสุญญากาศสำหรับแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาดุกบิ๊กอุยใช้งบประมาณ 244,100 บาท ซึ่งจุดคุ้มทุนอยู่ที่การผลิตจำนวน 999 กิโลกรัม</p> พรเทพ แก้วเชื้อ เจษฎา อิสเหาะ จันทร์เพ็ญ บุตรใส ปวิชญา โภชฌงค์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-05-09 2026-05-09 16 1 85 98 การพัฒนาแบบจำลองการจำแนกโรคในใบกัญชาด้วยโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชันสำหรับอุตสาหกรรมการเกษตร https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/jitubru/article/view/260443 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบจำลองโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชันสำหรับการตรวจจับโรคพืชในใบกัญชา ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและปริมาณผลผลิตในอุตสาหกรรมการเกษตร โดยชุดข้อมูลภาพใบกัญชาที่ใช้ในการวิจัยมีจำนวนทั้งหมด 4,155 ภาพ ซึ่งถูกรวบรวมจากฟาร์มในประเทศไทยผ่านกระบวนการถ่ายภาพที่ควบคุมสภาพแวดล้อม การถ่ายภาพดำเนินการในโรงเรือนที่มีหลังคากันแสงแบบโปร่งแสง เพื่อควบคุมแสงธรรมชาติ กล้องถูกยึดกับขาตั้ง และถ่ายภาพจากมุมมองด้านบน เพื่อให้ครอบคลุมลักษณะใบปกติและใบที่มีความผิดปกติจากโรค ได้แก่ โรคไรแดง โรคราน้ำค้าง โรคราสนิม โรคเพลี้ยอ่อน และโรคเน่าดำ ชุดข้อมูลนี้ถูกจัดการและทำการติดป้ายกำกับอย่างละเอียด ก่อนนำไปพัฒนาและทดสอบแบบจำลองโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน การศึกษานี้เปรียบเทียบประสิทธิภาพของสถาปัตยกรรมโครงข่ายหลัก ได้แก่ เรสเน็ต กูเกิลเน็ต และวีจีจีเน็ต โดยพิจารณาตัวชี้วัด ได้แก่ ค่าเอฟวันและค่าความแม่นยำเฉลี่ย จากการทดลองพบว่า เรสเน็ตมีความแม่นยำสูงสุด โดยค่าความแม่นยำแบบค่าเอฟวันอยู่ที่ 96.55% และค่าความแม่นยำเฉลี่ยอยู่ที่ 93.67% หลังจากการเรียนรู้ 50 รอบ กูเกิลเน็ตแสดงความสมดุลระหว่างความแม่นยำและเวลาประมวลผล เหมาะสำหรับงานที่ต้องการลดเวลาการประมวลผล ขณะที่วีจีจีเน็ตแม้จะมีความแม่นยำน้อยกว่า แต่เหมาะสำหรับกรณีที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรคอมพิวเตอร์ ผลการวิจัยนี้ยืนยันศักยภาพของแบบจำลองโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชันในการตรวจจับโรคพืชในใบกัญชา ซึ่งสามารถลดความเสียหาย เพิ่มผลผลิต และสนับสนุนความมั่นคงของอุตสาหกรรมกัญชาทั้งในระดับประเทศและระดับสากล นอกจากนี้ยังสามารถนำแนวทางดังกล่าวไปปรับใช้กับพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น เพื่อส่งเสริมการเกษตรสมัยใหม่อย่างยั่งยืน</p> สุทัศน์ ภูโท สุรเจษฐ์ ก้อนจันทร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-05-09 2026-05-09 16 1 99 111 Adapted Binary Thresholding for Automated Seedling Estimation https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/jitubru/article/view/259967 <p>Accurate seedling counting in trays is essential for optimizing planting area preparation in agricultural production. This study presents an Adapted Binary Thresholding (ABT) method for automated seedling counting, leveraging image processing techniques. A case study was conducted on Sida tomato seedlings, where images were captured using a smartphone camera under natural lighting conditions. The dataset consisted of eight images from eight 105-hole seedling trays, with the first four tray images allocated for training and the left four for testing. The ABT method uses an RGB-based segmentation to distinguish seedlings from the background. Following segmentation, morphological operations, and connected component analysis were applied to refine the seedling count. The algorithm was implemented using Octave, an open-source software with a nice GUI suited to test an algorithm. Parameter optimization was performed during the training phase, followed by evaluation on the test set. Performance was assessed using hit rate, merge rate, split rate, false alarm rate, accuracy, precision, recall, and F-score. The proposed method achieved a high hit rate of 94.55% on the training set and 94.47% on the test set, with minimal split and false alarm rates. The precision, recall, and F score of the training set were 1, 0.9455, 0.9720, and those of the test set were 1, 0.9447, 0.9716, respectively. These results demonstrate the effectiveness of ABT as a lightweight, high-accuracy image processing technique suitable for real-time applications in resource-constrained environments, such as smartphone-based agricultural tools.</p> สุภาวดี ชัยวิวัฒน์ตระกูล สายทอง สิมมะลา อธิราช สินธุการ เรวัติ ชัยราช ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-05-09 2026-05-09 16 1 113 125 แบบจำลองทางคณิตศาสตร์การอบแห้งสับปะรดด้วยระบบให้ความร้อนจากอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนด้วยแก๊สหุงต้มกับตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/jitubru/article/view/259790 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่เหมาะสมสำหรับการอบแห้งสับปะรดด้วยระบบให้ความร้อนจากอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนด้วยแก๊สหุงต้มร่วมกับตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ และศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพของสับปะรดอบแห้งที่ได้จากการอบแห้งดังกล่าว แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ใช้แบบจำลองเอมพิริคัลจำนวน 6 แบบจำลอง ทำการเปรียบเทียบอัตราส่วนความชื้น วิเคราะห์และเลือกแบบจำลองที่เหมาะสมที่สุด โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์การตัดสินใจ ค่าไคกำลังสอง และค่ารากที่สองของความคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ยเป็นดัชนีชี้วัด สำหรับการวิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพของสับปะรดอบแห้ง พบว่าสับปะรดแห้งที่ได้จากการอบด้วยระบบให้ความร้อนจากอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนด้วยแก๊สหุงต้มร่วมกับตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์มีคุณสมบัติดีกว่าสับปะรดแห้งที่ได้จากตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียว โดยการวัดสีแบบปริภูมิสีที่กำหนดโดยคณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยการส่องสว่าง พบว่าสีของสับปะรดอบแห้งด้วยอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนด้วยแก๊สหุงต้มร่วมกับตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์มีสีเหลืองสว่างกว่าสับปะรดที่ได้จากตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ และมีสีแดงคล้ำน้อยกว่า แต่ค่าการเปลี่ยนแปลงรวมของสีมีค่าใกล้เคียงกันที่ประมาณ 7.82 และการหดตัวของสับปะรดอบแห้งมีค่าร้อยละ 24.82±1.8 ซึ่งดีกว่าการอบแห้งด้วยตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์</p> ปฏิพัทธิ์ ถนอมพงษ์ชำติ ดุษฎี บุญธรรม ธนกิจ ถำหมี ภคมน ปินตำนา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-05-09 2026-05-09 16 1 127 140