วารสารวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/RMUTLEngJ <p>คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มีนโยบายเร่งด่วนในการจัดทำวารสารวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เป็นวารสารทางวิชาการจัดพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน และฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและองค์ความรู้ทางที่น่าสนใจด้าน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความก้าวหน้าทางวิชาการ และมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ โดยสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องได้แก่วิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์ วิศวกรรมระบบควบคุม วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมโทรคมนาคม วิศวกรรมเครื่องกลวิศวกรรมเกษตร วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมขนถ่ายวัสดุ วิศวกรรมอุตสาหการ วิศวกรรมแม่พิมพ์ วิศวกรรมโลหการ วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมเหมืองแร่ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาที่เกี่ยวข้อง</p> มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา th-TH วารสารวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา 2465-4248 การประยุกต์ใช้เทคนิคการแปลงหน้าที่เชิงคุณภาพสำหรับการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ประเภทชุดโซฟา https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/RMUTLEngJ/article/view/248607 <p>งานวิจัยนี้ศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ประเภทชุดโซฟา มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและ&nbsp;&nbsp; ปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ และเปรียบเทียบความพึงพอใจของลูกค้าเทียบกับผลิตภัณฑ์แบบเดิมโดยการประยุกต์ใช้เทคนิคการแปลงหน้าที่เชิงคุณภาพ วิธีการวิจัยเริ่มด้วยการแปลงความต้องการของลูกค้าเข้าสู่เมทริกซ์ที่หนึ่งของเทคนิคการแปลงหน้าที่เชิงคุณภาพ คือเมทริกซ์การวางแผนผลิตภัณฑ์หรือบ้านคุณภาพ ผลการวิเคราะห์บ้านคุณภาพ พบว่าผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ได้รับการออกแบบและพัฒนาตามข้อกำหนดในด้านรูปแบบ คือ สีสัน ขนาดและน้ำหนัก และในส่วนด้านวัสดุ คือ วัสดุในการผลิต ความทนทานของวัสดุโครงสร้าง และความทนทานของอุปกรณ์จับยึด อีกทั้งในด้านความสะดวก คือ ความสะดวกในการใช้งานและการเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์ และในด้านคุณภาพ คือ อายุการใช้งานและคุณภาพประกอบ สุดท้ายในด้านราคาของผลิตภัณฑ์ จากนั้นจึงทำการเปรียบเทียบความพึงพอใจระหว่างผลิตภัณฑ์แบบใหม่กับผลิตภัณฑ์แบบเดิม ผลการวิจัยนี้พบว่าผลิตภัณฑ์แบบใหม่มีค่าความพึงพอใจเพิ่มขึ้นมากกว่าผลิตภัณฑ์แบบเดิมในทุกคุณลักษณะ โดยมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจโดยรวมของผลิตภัณฑ์แบบใหม่เท่ากับ 4.11 คะแนน และค่าเฉลี่ยความพึงพอใจโดยรวมของผลิตภัณฑ์แบบเดิมมีค่าเท่ากับ 3.36 คะแนน คิดเป็นค่าเปอร์เซ็นต์ที่เปลี่ยนแปลงในผลิตภัณฑ์ได้เท่ากับ 22.32 เปอร์เซ็นต์</p> สุรสิทธิ์ ระวังวงศ์ ชาตรี หอมเขียว จุฬาลักษณ์ โรจนานุกูล ทิพยสุคนธ์ บุญญโส Copyright (c) 2022 วารสารวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-06-01 2022-06-01 7 1 1 11 10.14456/rmutlengj.2022.1 พฤติกรรมรับแรงเฉือนของคานคอนกรีตเสริมเหล็กที่ใช้ลวดเหล็กกล้าดึงเย็นเป็นเหล็กปลอก https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/RMUTLEngJ/article/view/248608 <p>บทความนี้นำเสนอพฤติกรรมกำลังรับแรงเฉือนของตัวอย่างคานคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 6 ตัวอย่าง โดยใช้วัสดุและรายละเอียดการเสริมทางขวางต่างกัน ซึ่งสามารถแบ่งตามวัสดุของเหล็กเสริมตามขวาง 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเหล็กปลอกเดี่ยว ใช้เหล็กเส้นกลมขนาด 6.0 mm. เกรด SR24 ระยะเรียงเท่ากับ 0.125 และ 0.375 m. สำหรับกลุ่มเหล็กปลอกสปริง ใช้ลวดเหล็กกล้าดึงเย็นเสริมคอนกรีต มาตรฐาน มอก. 747-2531 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.3 mm. ระยะเรียงเท่ากับ 0.05 0.075 0.125 และ 0.20 m. สำหรับการทดสอบแบบสถิตใช้วิธีน้ำหนักบรรทุกแบบกระทำ 3 จุด จากการทดสอบพบว่า ตัวอย่างคานคอนกรีตที่ใช้เหล็กปลอกเดี่ยวระยะเรียงเท่ากับ 0.125 m. และ เหล็กปลอกสปริงระยะเรียงเท่ากับ 0.05 และ 0.075 m. มีค่ากำลังรับแรงเฉือนที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้พฤติกรรมการวิบัติของทั้ง 3 ตัวอย่างเป็นการวิบัติแบบเหนียว</p> รัฐพล เกติยศ เจษฎาพงษ์ หาญสุทธิเวชกุล ปรีดา ไชยมหาวัน Copyright (c) 2022 วารสารวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-06-01 2022-06-01 7 1 12 21 10.14456/rmutlengj.2022.2 การศึกษาการเสื่อมสภาพของคอนกรีตสำหรับเสาสะพานในจังหวัดนครนายก และการทดสอบคุณสมบัติการขัดสีของมอร์ต้าร์ซ่อมแซม และกำลังเสาจำลอง https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/RMUTLEngJ/article/view/248618 <p>งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการเสื่อมสภาพของเสาคอนกรีตในสะพาน และความสามารถในการรับน้ำหนักของ เสาคอนกรีตเสริมเหล็กหลังการบำรุงรักษา โดยจำลองการเสื่อมสภาพของเสาคอนกรีต 2 รูปแบบ คือ 1. การเสื่อมสภาพแบบผิวเรียบ 2. การเสื่อมสภาพแบบผิวขรุขระ โดยใช้เสาตัวอย่างในการทดสอบขนาด 20×20×60 ซม. ซึ่งจะทำการซ่อมแซมเสาที่มีการเสื่อมสภาพแบบผิวขรุขระด้วยการฉาบซ่อมด้วยมอร์ต้าร์ และบ่มด้วยการทาสารละลายโซเดียมซิลิเกต พร้อมกับทดสอบความต้านทานการขัดสีของวัสดุซ่อมแซมด้วยวิธี Rotating-Cutter Method ดัดแปลงจากมาตรฐาน ASTM C944 จากผลการทดสอบพบว่า เสาคอนกรีตที่มีการเสื่อมสภาพแบบผิวเรียบสูญเสียกำลังรับน้ำหนักร้อยละ 4.13 และเสาคอนกรีตที่มีการเสื่อมสภาพแบบผิวขรุขระสูญเสียกำลังรับน้ำหนักร้อยละ 7.67 เมื่อเทียบกับเสาคอนกรีตปกติ ส่วนเสาคอนกรีตเสื่อมสภาพแบบผิวขรุขระหลังการซ่อมแซมสามารถรับน้ำหนักได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.34 เมื่อเทียบกับเสาคอนกรีตปกติ สำหรับวัสดุซ่อมพบว่า การบ่มมอร์ต้าร์ด้วยการทาสารละลายโซเดียมซิลิเกตเพิ่มความต้านทานต่อการขัดสีร้อยละ 0.3 โดยมวล จากมอร์ต้าร์ปกติ และมีกำลังรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.41</p> ชนาพันธ์ ถิระโคตร ธนะสิทธิ์ คำริแง พงศภัค กะดี่ทอง ศุภชัย สินถาวร Copyright (c) 2022 วารสารวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-06-01 2022-06-01 7 1 22 32 10.14456/rmutlengj.2022.3 การวิเคราะห์พื้นที่และความสามารถในการจัดการของหุ่นยนต์ขนานส่วนเกิน 4 ขาบนระนาบที่มีข้อต่อแบบหมุน https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/RMUTLEngJ/article/view/248619 <p>หุ่นยนต์ขนานบนระนาบมีความสามารถในการสร้างการเคลื่อนที่เร็วและแม่นยำ แต่ในบางท่าทางภายในพื้นที่ทำงานมีโอกาสเกิดสภาวะเอกฐาน การเพิ่มตัวขับส่วนเกินให้กับโครงสร้างเป็นอีกแนวทางในการออกแบบเพื่อลดสภาวะเอกฐานได้ งานวิจัยนี้นำเสนอการวิเคราะห์อัตราส่วนพื้นที่ทำงานและดัชนีความสามารถในการจัดการเคลื่อนที่ (Manipulability Index, MI) ของโครงสร้างหุ่นยนต์ขนานโครงสร้างส่วนเกิน 4 ขาบนระนาบ ซึ่งแต่ละขาถูกขับเคลื่อนด้วยตัวขับที่ถูกติดตั้งบนฐาน และส่งกำลังผ่านก้านแข็งและข้อต่อแบบหมุนไปยังจุดปลายแผ่นเคลื่อนที่ ขอบเขตพื้นที่ทำงานของแต่ละขาถูกสร้างจากความสัมพันธ์ทางจลนศาสตร์ ขอบเขตของทุกขาถูกนำมาพิจารณาหาพื้นที่ทับซ้อนโดยวิธีทางเรขาคณิตเพื่อให้ได้พื้นที่ทำงานของโครงสร้างทั้งหมด จุดภายในพื้นที่ทำงานเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์ค่า MI ในกรณีศึกษาของงานวิจัยนี้ได้เปรียบเทียบค่าอัตราส่วนพื้นที่และค่า MI ของโครงสร้างขนาน 3- RRR และ 4- RRR <strong> </strong>แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างส่วนเกิน 4- สามารถเพิ่มค่า MI เฉลี่ยได้ 37 เท่าของโครงสร้าง 3- <strong> </strong>เมื่อกำหนดให้ความยาวขาท่อนล่างและท่อนบนยาว 400 มม. และ 500 มม. ตามลำดับ ในขณะที่ค่าอัตราส่วนพื้นที่ทำงานของหุ่นยนต์กับพื้นที่ทำงานที่ต้องการนั้นลดลง 13<strong>.</strong>15%</p> อำนาจ ตงติ๊บ ชวลิต คณากรสุขสันต์ ชวลิต คณากรสุขสันต์ Copyright (c) 2022 วารสารวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-06-01 2022-06-01 7 1 33 42 10.14456/rmutlengj.2022.4 ชุดแสดงสถานะ และเก็บข้อมูลการใช้งานของหม้อแปลงจำหน่ายไฟฟ้า 3 เฟส ขนาดกำลัง 50 กิโลโวลต์-แอมป์ https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/RMUTLEngJ/article/view/248620 <p>ชุดแสดงสถานะและเก็บข้อมูลการใช้งานหม้อแปลงจำหน่ายไฟฟ้า ได้ติดตั้งกับหม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส ขนาดพิกัด 50 กิโลโวลต์-แอมป์ ในการติดตั้งใช้เซนเซอร์กระแส และเซนเซอร์แรงดันวัดค่าส่งให้บอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์ในการประมวลผลและบันทึกผล เพื่อศึกษาการใช้งานหม้อแปลงไฟฟ้าที่การจ่ายกำลังไฟฟ้า จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับโหลด กำหนดไม่เกิน 80% ของพิกัดหม้อแปลง และแสดงสถานะโหลดเฟส A, B และ C แสดงผลสถานะเป็นสีแสงหลอดไฟตามเงื่อนไขที่กำหนด คือ หลอดไฟเขียว (ปกติ), หลอดไฟเหลือง (เตือน), หลอดไฟแดง (เกินพิกัด) ผลการทดลองพบว่าหม้อแปลงไฟฟ้าที่ศึกษาจ่ายกำลังไฟฟ้าช่วงสูงสุดที่ 65% และหม้อแปลงยังเหลือกำลังไฟฟ้าที่รองรับการจ่ายโหลดอีก 15% และสถานะโหลดที่ใช้งานแต่ละเฟส หลอดแสดงผลออกมาได้ค่าเป็นค่าสมดุลของโหลดตรงตามข้อมูลที่บันทึกได้</p> ดำรงศักดิ์ วงศ์ตา ศตวรรษ เมืองชื่น ไพทูรย์ ยศกาศ Copyright (c) 2022 วารสารวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-06-01 2022-06-01 7 1 43 51 10.14456/rmutlengj.2022.5 การประยุกต์ใช้งานแอปพลิเคชั่นปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งบนคลาวด์ในอาคารอัจฉริยะ https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/RMUTLEngJ/article/view/248626 <p>บทความวิจัยนี้เสนอการออกแบบและพัฒนาแอปพลิเคชันอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งสำหรับตรวจจับบุคคลในอาคารอัจฉริยะ การตรวจจับบุคคลที่อยู่ในอาคารส่วนใหญ่จะใช้เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ส่วนการติดต่อสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ต้องอาศัยระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีความเสถียรภาพสูง ทางผู้วิจัยจึงเสนอแนวคิดการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมด้านอาคารอัจฉริยะ เพื่อลดปัญหาการติดต่อสื่อสารระหว่างเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยสร้างแอปพลิเคชันที่มีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ทำงานร่วมกับอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง สั่งงานผ่านระบบประมวลผลภาพ ระบบสั่งงานควบคุม และระบบแสดงผลข้อมูลสถิติ ซึ่งทำงานอยู่บนระบบคลาวด์ส่วนตัว โดยใช้กล้องวงจรปิดในการตรวจจับหาบุคคลที่อยู่ภายในอาคารแต่ละโซนด้วยวิธีการประมวลผลภาพจากโมเดลทางปัญญาประดิษฐ์ เพื่อทำการวิเคราะห์และสั่งควบคุมการเปิดปิดระบบส่องสว่าง เครื่องปรับอากาศ และประตูเข้าออกอาคารแบบอัตโนมัติ อีกทั้งยังมีระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย ในกรณีที่ตรวจเจอบุคคลนอกช่วงเวลาที่กำหนดผ่านทาง LINE Notify และได้ออกแบบระบบให้รองรับการเพิ่มชุดควบคุมในแต่ละโซนในอนาคตได้ จากการทดลองพบว่าสามารถลดชั่วโมงการใช้พลังงานโดยรวมของอาคารได้ 31.47 เปอร์เซ็นต์</p> ภาณุเดช ทิพย์อักษร อรรถพล วิเวก อนุพงศ์ ไพโรจน์ Copyright (c) 2022 วารสารวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-06-01 2022-06-01 7 1 52 61 10.14456/rmutlengj.2022.6